กรมชลประทานขนเครื่องจักรผลักดันน้ำตลอด24ชม.บรรเทาทุกข์ชาวใต้
กรมชลประทานระดมเครื่องจักรเครื่องผลักดันน้ำทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยจ.นครศรีธรรมราช-ตรังลดผลกระทบให้ประชาชน คาด 5-10 วันกลับสู่ปกติหากไม่มีฝนตกเพิ่ม
นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย ในภาคใต้ พร้อมด้วย นายปริญญา สัคคะนายก ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 นายเดช เล็กวิชัย ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 16 และนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผอ.สำนักเครื่องจักรกล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง พบว่า จากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.ถึงวันที่ 4 ธ.ค.มีปริมาณฝนสะสมกว่าพันมิลลิเมตรทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากบ่าเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร ซึ่งกรมชลประทานได้ตั้งศูนย์ส่วนหน้าบรรเทาอุทกภัย ฯ และระดมเครื่องจักรเครื่องมือจากส่วนกลางลงช่วยพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ จากการปฏิบัติการต่อเนื่องมา 3-4 วันคาดว่าที่จ.นครศรีธรรมราช แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ พื้นที่ในเมืองนครศรีธรรมราชที่รับน้ำจากคลองท่าดี ซึ่งมีฝนตกสะสมมากกว่า 900 มิลลิเมตร ได้เกิดปริมาณน้ำไหลหลากเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งกรมชลประทานได้ให้ความช่วยเหลือให้การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายออกจากตัวเมือง ปัจจุบันเข้าสู่สถานการณ์ปกติใช้เวลาในการระบายน้ำเพียง 3 วัน ในส่วนรอบนอกเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังที่รับน้ำหลากจาก คลองเสาธงซึ่งมีปริมาณน้ำมากและท่วมเป็นบริเวณกว้าง กรมชลประทานได้ดำเนินการเร่งระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานหลัก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำระบายลงแม่น้ำปากพนังและทางทะเล คาดว่า ปริมาณน้ำจะลดระดับเข้าสู่ภาวะปกติประมาณ 10-15 วัน แต่ยังมีพื้นที่ลุ่มต่ำบางส่วนที่ยังไม่สามารถเข้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำหรือเครื่องจักรกลได้ อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นหากน้ำลดระดับลงจนสามารถตั้งเครื่องจักรเข้าช่วยได้กรมชลฯ จะเร่งติดตั้งเครื่องช่วยทันทีเพื่อช่วยลดระดับน้ำให้เร็วที่สุด
“นายกรัฐมนตรี และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ฝากความเป็นห่วงถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ขณะที่สวนส้มโอทับทิมสยามพืชเศรษฐกิจของจ.นครศรีธรรมราช กรมชลประทานได้ใช้รถแบ็คโฮสร้างคันกั้นน้ำป้องกันน้ำไหลเข้าพื้นที่เพิ่ม พร้อมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากแปลงใหญ่ส้มโอเพื่อช่วยชาวสวนแล้วคาดว่า จะสูบน้ำที่ท่วมขังได้ภายใน 5 วัน สำหรับพื้นที่ลุ่ม พื้นที่การเกษตร จะประสานกับท้องถิ่นในการวางแผนการสูบให้ตรงความต้องการของเกษตรกรที่บางพื้นที่อาจต้องการเก็บน้ำทำการเกษตร ทั้งนี้ขอบคุณพี่น้องเกษตรกร และผู้นำท้องถิ่น ที่ร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด”นายประพิศกล่าว
สำหรับ มวลน้ำก้อนใหญ่จากอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชที่ได้เข้าสู่พื้นที่อ.ห้วยยอด และ อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อคืนวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้คุมมวลน้ำที่ไหลเข้าแม่น้ำตรังช่วงผ่านตัวเมืองพื้นที่เศรษฐกิจไม่ให้เกิน 300 ลูกบาศ์กเมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที และน้ำอีกจำนวนหนึ่งให้ผ่านระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง ซึ่งเป็นเส้นบายพาสที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างช่วยการระบายน้ำได้ประมาณ 360 ลบ.ม.ต่อวินาที จากศักยภาพเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถระบายน้ำได้ 750 ลบ.ม.ต่อวินาที เนื่องจากระบบระบายบางช่วงผ่านถนนทางหลวงช่วง สิเกา-ตรัง ที่กรมทางหลวงอยู่ระหว่างดำเนินการ กรมชลฯ ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสริมเพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด
“ขณะนี้ที่ตรัง กรมชลฯได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมทำให้สามารถระบายน้ำเพิ่มประมาณ 800,000 ลบ.ม.ต่อวัน โดยมีการทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น หากไม่มีฝนเติมก็คาดว่าใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติปกติ “ นายประพิศกล่าว
อย่างไรก็ตาม จ.ตรัง ปัจจุบันมีพื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบ 1 อำเภอ คืออ.เมืองตรัง บริเวณ ต.บางรัก และต.หนองตรุด โดยแนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.ตรัง ที่สถานีวัดน้ำท่า x.56 บ้านท่าประดู่ อ.ห้วยยอด ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 47 เซนติเมตร มีแนวโน้มลดลง ที่สถานี x.228 บ้านกลาง อ.เมือง ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 85 เซนติเมตร มีแนวโน้มลดลง ที่สถานี x.234 บ้านป่าหมาก อ.เมือง ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 84 เซนติเมตร มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และสถานี x.47 บ้านท่าจีน อ.เมือง ระดับน้ำ สูงกว่าตลิ่ง 48 เซนติเมตร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


