
ไทยนำเข้ายาจากตปท.สูงถึง3.8หมื่นล.ต่อปี
สสส.ระบุ ไทยนำเข้ายาจากต่างประเทศสูงถึง 3.8 หมื่นล้านบาทต่อปี ชี้ปัจจุบันยังไม่มีกลไกควบคุมราคาที่ชัดเจน ทำให้ยาบางรายการแพงกว่าในต่างประเทศ
สสส.ระบุ ไทยนำเข้ายาจากต่างประเทศสูงถึง 3.8 หมื่นล้านบาทต่อปี ชี้ปัจจุบันยังไม่มีกลไกควบคุมราคาที่ชัดเจน ทำให้ยาบางรายการแพงกว่าในต่างประเทศ
ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา สสส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ยาในประเทศสวนกระแสกับนโยบายแห่งชาติเรื่องการพึ่งตนเองด้านยาของประเทศเป็นอย่างมาก มูลค่าการนำเข้ายาจากต่างประเทศยังคงสูงขึ้น ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่า ในปี 2544 มูลค่าการนำเข้ายาแผนปัจจุบันอยู่ที่ 19,968 ล้านบาท หรือคิดเป็น 46% ส่วนมูลค่าการผลิตยาในประเทศอยู่ที่ 23,088 ล้านบาท หรือ 59% ขณะที่ในปี 2548 มูลค่าการนำเข้ายาแผนปัจจุบันสูงขึ้นถึง 38,293 ล้านบาท หรือ 56% แต่มูลค่าการผลิตยาในประเทศอยู่ที่ 29,088 ล้านบาท หรือ 43% เนื่องจากคนไทยเชื่อว่าการรักษาด้วยยาจากต่างประเทศจะดีกว่ายาที่ผลิตในประเทศไทย และในปัจจุบันยังไม่มีกลไกควบคุมราคายาที่ชัดเจน ทำให้ยาบางตัวที่ผูกขาดปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งยาบางตัวที่นำเข้ายังแพงกว่าในประเทศอังกฤษ
ภญ.นิยดา กล่าวว่า แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์จะออกมาประกาศให้มีมาตรฐานการควบคุมราคายา แต่ยังมียาที่มีราคาแพง เพราะขาดมาตรฐานในการกำหนดราคายา ดังนั้นหากมีนโยบายเรื่องการพึ่งพาตัวเองด้านยา ด้วยการกระตุ้นหรือส่งเสริมการใช้ยาชื่อสามัญที่มีอยู่ในบัญชียาหลัก การส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศ ตลอดจนเรื่องการสนับสนุนการใช้ยาสมุนไพร ก็จะช่วยให้คนไทยไม่ต้องบริโภคยาแพงและลดการพึงพิงยาจากต่างประเทศ
นพ.ประพจน์ เภตรากาศ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุข สาขาพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ด้านการใช้ยาสมุนไพรในประเทศไทย ในปี 2553 อยู่ที่ 100-200 ล้านครั้ง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3-5 เท่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยมีการผลิตและใช้อยู่ 3 ระดับ คือ 1.ระดับชุมชน ที่มีการปลูกและผลิตเพื่อใช้ในครัวเรือน 2.ระดับบริการของรัฐในโรงพยาบาลชุมชนที่ใช้ยาสมุนไพรกับผู้ป่วย ขณะนี้มีทั้งสิ้น 88 แห่ง และมีมหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนแล้ว 10 แห่ง และ 3.ระดับอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก 986 แห่ง ที่ผลิตยาสมุนไพร แต่มีเพียง 25 แห่งเท่านั้นที่ได้มาตรฐาน







