กาญจน์เผยเมียนมาหนีเข้าเมืองไม่พบเชื้อโควิด2ราย-อีก1รอลุ้น
กาญจนบุรี-ผู้ว่าฯกาญจน์รายงานปลัดมหาดไทยผลตรวจด.ช.1ขวบและชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติใกล้โรงเรียนบ้านกุยแหย่ ไม่พบเชื้อโควิด-19รอลุ้นอีก1
กาญจนบุรี-ผู้ว่าฯกาญจน์รายงานปลัดมหาดไทยผลตรวจด.ช.1ขวบและชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติใกล้โรงเรียนบ้านกุยแหย่ไม่พบเชื้อโควิด-19ลุ้นผลอีก1
นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กจ 0017.2/2563 ลงวันที่ 1 กันยายน 2563 ถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีโรงเรียนบ้านกุยแหย่ ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ ปิดโรงเรียนชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1-3 ก.ย.63 และทำการ Big Cleaning Day เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หลังพบชาวเมียนมา2คนหลบหนีเข้าเมืองผ่านตามช่องทางธรรมชาติ เข้ามาพักอาศัยในพื้นที่ และยังพบเด็กชายอายุ 1 ปี ในบ้านที่ทั้งสองคนไปพักอาศัยอยู่ด้วย ทั้งหมดมีอาการไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส ดังนี้
1.โรงพยาบาลทองผาภูมิได้ส่งผู้ที่มีอาการไข้ 3 ราย ประกอบด้วยชายอายุ 20 ปี จำนวน 1 ราย, ชายอายุ 17 ปี จำนวน 1 ราย และเด็กอายุ 1 ปี จำนวน 1 ราย ไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขณะนี้ผลตรวจออกมาแล้ว ปรากฏว่าชายอายุ 20 ปี และเด็กอายุ 1 ปี ไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงเหลือรอผลการตรวจของชายอายุ 17 ปี
2.ได้ตรวจสอบแล้วชายทั้ง 2 เป็นผู้อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน อาศัยอยู่ในเขตหมู่บ้านบ้านไร่ป้า หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ และเขตใกล้เคียงเป็นเวลานานเกินกว่า 2 สัปดาห์แล้ว และไม่ได้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
3.จากการประเมินเบื้องต้นของแพทย์ อาการป่วยจากไข้สูงไม่น่าจะมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่อย่างใด
4.การที่โรงเรียนบ้านกุยแหย่สั่งปิดโรงเรียนเป็นเพียงมาตรการป้องกันที่ไม่ประมาทเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
5.หากมีความคืบหน้าประการใดจังหวัดกาญจนบุรีจะรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบในโอกาสแรกอีกครั้งหนึ่ง”
อย่างไรก็ตามแม้ว่าผลตรวจผู้ป่วย 2 ราย จะเป็นลบ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกุยแหย่ ยังคงร่วมกับ อสม. และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ชุมชนบ้านพุล่อเพื่อทำการตรวจวัดไข้ และสังเกตอาการทุกคนที่อยู่ในชุมชน กว่า 70 คน โดยเฉพาะบ้านพักของผู้ป่วย และนักเรียนผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดทั้ง 3 ราย รวมทั้งเพื่อนบ้านใกล้เคียง กว่า 15 หลังคาเรือน พร้อมให้ข้อแนะนำในการกักตัวให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ให้ออกไปไหนโดยไม่จำเป็น เพื่อเป็นการควบคุมโรค โดยยังคงให้กักตัวจนครบ 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด


