
แบงก์ขึ้นดอก2ขา
ธนาคารตีปีกเตรียมขึ้นดอกเบี้ย 2 ขา หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25%
ธนาคารตีปีกเตรียมขึ้นดอกเบี้ย 2 ขา หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25%
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้ามีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารพาณิชย์บางแห่งจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไม่เกิน 0.25% หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด
ทั้งนี้ การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในรอบที่ผ่านมาเป็นการปรับขึ้นเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 2 ขาในครั้งนี้ เพราะต้นทุนการเงินได้ปรับขึ้นไปรอก่อนหน้าแล้ว
“คราวนี้ ถ้าจะขึ้น ก็คงขึ้นทั้ง 2 ขาทุกแบงก์ คงได้เห็นในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนธนาคารจะมีการประชุมในวันนี้ คณะกรรมการธนาคารก็ต้องดูว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรต่อตลาด” แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงไทยเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ที่มีการออกดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษ เป็นเพียงการแข่งขันของตลาด เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ ไม่เกี่ยวกับการโยกเงินฝากประจำไปอยู่ในส่วนเงินฝากออมทรัพย์ ฉะนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับการนำส่งเงินเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากทุกครึ่งปี เพราะปัจจุบันกฎระเบียบมีการเปลี่ยนแปลงให้ธนาคารพาณิชย์จัดเก็บข้อมูลเงินฝากเป็นรายวันเพื่อนำส่งทุก ๆ ครึ่งปี เมื่อข้อมูลที่บันทึกเป็นรายวันทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่มีทางหลบหลีกการส่งเงินนำฝากให้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝากได้ ซึ่งต่างจากรูปแบบเดิม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นอำนาจการตัดสินใจของ กนง.ที่จะขึ้นดอกเบี้ย แต่อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยติดตามผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน เงินทุนที่จะไหลเข้า และผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
ส่วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้จะเป็นเพราะ กนง.ห่วงเงินเฟ้อมากไปหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การติดตามสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อก็เป็นหน้าที่หนึ่งของ ธปท.อยู่แล้ว เพียงแต่รัฐบาลได้ให้ความเห็นไปว่าอย่าให้กระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่า ธปท.คงเข้าใจ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เคยหารือในที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่าการดำเนินนโยบายของ ธปท.ต้องมีความระมัดระวัง เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ดังนั้นจึงต้องการให้ ธปท.ช่วยประคับประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย
"เป็นการตัดสินใจของแบงก์ชาติ เข้าใจว่าเขาคงจะเป็นห่วงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง...ธปท.ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไม่ได้เป็นตัวจูงใจให้เงินทุนไหลเข้ามา" นายกรัฐมนตรี ระบุ
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า คลังเคารพการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ซึ่ง กนง. มีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว จึงอาจจะมีข้อมูลเรื่องของอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จนทำให้ต้องตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว เพื่อดูแลความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
ยอมรับกระทรวงการคลังกังวลการขึ้นดอกเบี้ยที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีแรงกดดันจนเริ่มชะลอตัว ทั้งจากปัญหาน้ำท่วม เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่วนผลกระทบต่อเงินทุนไหลเข้าและค่าเงินบาทไม่น่าจะมีมาก เพราะปัจจุบันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินเหรียญสหรัฐกับเงินบาทยังมีไม่มาก รวมถึงดอกเบี้ยของประเทศอื่นๆ ในเอเชียก็สูงกว่าไทย ทำให้ค่าเงินบาทไม่แข็งไปกว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







