แพทย์จุฬาฯห่วงการชุมนุม-ฟองสบู่ท่องเที่ยวทำโควิดระบาดซ้ำ
"รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์"ระบุการชุมนุมทางเมือง-ฟองสบู่ท่องเที่ยวเสี่ยงต่อการทำให้เกิดโควิดระบาดซ้ำ แนะรัฐบาลเร่งแก้ไข เผยห่วงปัญหาขาดแคลนยาและอุปกรณ์การแพทย์
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยระบุตอนหนึ่งว่า
"การชุมนุมทางการเมือง" ไม่ว่าจะฝ่ายใด ก็ล้วนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ทั้งต่อตัวกลุ่มผู้ชุมนุมเอง ครอบครัวของพวกท่าน และทำให้คุกคามสุขภาพของประชาชนคนอื่นในสังคมโดยรวม หากแต่ละฝ่ายจะอ้างเป็นสิทธิ ก็คงอ้างได้ตามกฎหมาย
แต่อยากให้ใช้สติ ปัญญา และศีลธรรม ตรองให้ดีว่า อ้างสิทธิของตน แต่ก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสี่ยงต่อคนอื่นในสังคมโดยรวมนั้น เป็นการใช้สิทธิอันชอบธรรมจริงหรือ?
และการชุมนุมนี่เอง ที่เป็นสาเหตุหลักในการทำให้เกิดการระบาดในหลายต่อหลายประเทศทั่วโลกมาแล้ว ด้วยเหตุผลเดียวกันเด๊ะคือ สิทธิเสรีภาพ
สุดท้ายคนที่ต้องตามล้างตามเช็ด และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากการระบาดของโรค ก็คือ ทุกคนในสังคม
มองตามเนื้อผ้าแล้ว การปล่อยให้ทำเช่นนี้ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อคนในสังคม
รัฐจำเป็นต้องหาเวที กลไก และกระบวนการที่จะเปิดรับความเห็นจากทุกฝ่ายมาขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ และต้องทำอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และหาทางผสานความคิดที่แตกต่างให้เป็นที่พอจะยอมรับกันได้
ในขณะเดียวกัน ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย แม้ความคิดจะแตกต่างกันไป เชื่อแตกต่างกันไป ก็ต้องตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบัน และร่วมกันสู้ ร่วมกันประคับประคอง ให้ทุกคนผ่านสงครามโรคระบาดครั้งนี้ไปให้ได้อย่างปลอดภัย
สิทธิ บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ต้องมีไปพร้อมๆ กัน
สอง "นโยบายรัฐ" ที่ผลักดันเศรษฐกิจแบบสุดลิ่มทิ่มประตูนั้นไม่เหมาะสม
เมื่อรู้ทั้งรู้ว่า สาเหตุหลักที่จะทำให้เกิดการระบาดซ้ำจากบทเรียนของประเทศอื่น ล้วนมาจากการนำเข้า
ดังนั้น การนำเข้าคนที่เดินทางจากประเทศอื่นๆ ย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงมาก
รัฐจึงต้องทบทวนนโยบาย นำเข้าเฉพาะที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด เกณฑ์ใดที่เคยประกาศไว้แล้วถูกนำไป spoil หรือ abuse ใช้ในทางที่มิชอบ ก็ต้องยุติ และเปิดแง้มประตูประเทศเท่าที่จำเป็น เช่น ครอบครัวคนไทย หรือต่างชาติที่แต่งงานกับคนไทย แรงงานที่จำเป็นจริงๆ เป็นต้น
การประกาศที่โปร่งใส ชัดเจน ตรวจสอบได้ จะช่วยให้ประชาชนในสังคมวางแผนในการดำเนินชีวิตได้
ฟองสบู่ท่องเที่ยวที่ถูลู่ถูกัง ดื้อแพ่งผลักดันมาตลอด แปลงร่างเป็นรูปแบบโน้นนี้นั้น จำเป็นต้องยุติไปอย่างน้อยอีก 6 เดือน หรือยาวกว่านั้น แล้วจึงประเมินสถานการณ์ระบาดอีกครั้ง
หากรัฐประกาศให้ชัดเจน พร้อมช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ หาอาชีพและรายได้ทางอื่นเสริม ก็จะทำให้คนมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต
...ศึกใน...หนักหนา และต้องการความร่วมมือจากทั้งฝ่ายรัฐ และประชาชน
...ศึกนอก...หนักหนายิ่งกว่า และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันประเทศให้รอดพ้นจากสงครามไวรัสครั้งนี้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน
รศ.นพ.ธีระ ยังระบุผ่านเฟซบุ๊กด้วยว่า ต้องระวังเรื่องการขาดแคลนยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ เนื่องจากโรคระบาดที่รุนแรงและยาวนานอย่าง COVID-19 นี้ ส่งผลกระทบมากกว่าที่หลายคนประเมินไว้
ไม่ใช่แค่เรื่องการติดเชื้อ COVID-19 เท่านั้น แต่จะกระทบต่อผู้ป่วยโรคอื่นๆ อีกด้วย
การที่ประเทศอื่นๆ ที่เป็นเจ้าแห่งอุตสาหกรรมยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์โดน COVID-19 กระหน่ำอย่างรุนแรง และต่อเนื่องนั้น จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ได้
ล่าสุดองค์การอนามัยโลก รวมถึงหน่วยงาน INCB และ UNODC ออกมาส่งสัญญาณเตือนเรื่องนี้แล้วว่า ให้วางแผนเรื่องยาอื่นๆ ที่จำเป็นไว้ด้วย โดยเริ่มเอ่ยถึงยาแก้ปวด ยาที่ใช้ในการดมยาก่อนผ่าตัด ยากล่อมประสาท
ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า หากยังระบาดรุนแรงไปอีก 6 เดือนโดยควบคุมไม่ได้ เราอาจเจอปัญหาขาดแคลนยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ครับ
หวังใจว่า ทางองค์การเภสัชกรรม อย. และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ คงจะมีแผนเตรียมพร้อมเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว


