ศบค.กางสถิติเตือนประชาชน ผ่อนปรนมาตรการแล้วเริ่มปล่อยให้การ์ดตก
ศบค.เผยสถิติพฤติกรรมการป้องกันโรคโดยรวมของประชาชนลดลงหลังผ่อนปรนมาตรการ พบการไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก-เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลลดมากสุด
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า จากรายงานผลสำรวจการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรนของ กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยต่างๆ และ สปสช. เปรียบเทียบช่วงก่อนผ่อนปรนมาตรการ 23-30 เม.ย.63 กับ หลังผ่อนปรนมาตรการ 8-14 พ.ค.63 พบว่า สถิติพฤติกรรมการป้องกันโรคของประชาชนโดยรวมลดต่ำลงเกือบทั้งสิ้น ดังนี้
1.พฤติกรรมการป้องกันโดยรวม ก่อนผ่อนปรน 77.6% หลังผ่อนปรน 72.5%
2.การสวมหน้ากากอนามัย-ผ้า ทุกครั้ง ก่อนผ่อนปรน 91.2% หลังผ่อนปรน 91.0%
3.ล้างมือด้วยสบู่หรือใช้แอลกอฮอล์เจล ทุกครั้ง ก่อนผ่อนปรน 87.2% หลังผ่อนปรน 83.4%
4.กินร้อน ใช้ช้อนกลางของตนเองทุกครั้ง ก่อนผ่อนปรน 86.1% หลังผ่อนปรน 82.3%
5.ระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่น ในระยะน้อยกว่า 2 เมตรทุกครั้ง ก่อนผ่อนปรน 65.3% หลังผ่อนปรน 60.7%
6.ไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก ทุกครั้ง ก่อนผ่อนปรน 62.9% หลังผ่อนปรน 52.9%
"ที่น่าเป็นห่วงคือ การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลที่จากเดิมไม่ค่อยดีอยู่แล้ว คือ 65.3% ลดมาเหลือ 60.7% ขณะที่การไม่เอามือจับหน้า จมูก ปากทุกครั้ง ก็ลดลงมามาก ซึ่งต้องระมัดระวัง เพราะมืออาจนำเชื้อโรคมาได้เนื่องจากไปสัมผัสสิ่งอื่นมา"โฆษกศบค.กล่าว


