posttoday

สองแม่ลูกถูกหลอกรับจ้างโอนเงินผ่านบัญชี ร้องยุติธรรมขอนแก่นหาทางออก

15 พฤษภาคม 2563

ขอนแก่น-สองแม่ลูกถูกตราหน้าว่าโกง ร้องยุติธรรมขอนแก่นช่วยหาทางออก หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งว่าจ้างใช้บัญชีโอนเงิน ขณะเหยื่ออีกรายโผล่เชื่อมีอีกหลายรายถูกหลอกเอาบัญชีและบัตรประชาชนไปใช้หลอกคนอื่น

แม่วัย41ปีและลูกสาววัย17ปี เข้าร้องเรียนกับนางสิริพร น้อยพินิจ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น หลังจากที่ไปสมัครทำงานผ่านทางโซเชียลรับโอนเงินเข้าบัญชีและส่งต่อไปให้บุคคลที่3 โดยผู้ว่าจ้างให้รายได้จากยอดโอนที่เข้าบัญชี5% รับทำงานมาตั้งแต่เดือนก.พ.63 ต่อมาเมื่อปลายเดือนเม.ย.63 เริ่มเห็นรูปของตัวเองปรากฎบนโลกโซเชียลพร้อมหมายเรียกข้อหาโกงสินค้าหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ

แม่วัย41 เล่าว่า ครอบครัวมีฐานะยากจนมาขอคำปรึกษา เพื่อหาทางออกจาก ที่ต้องรับจ้างทำงานนี้ เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ไม่คิดจะโกงเงินใคร และคิดว่างานที่ทำ ทำที่บ้าน เลี้ยงลูกไปด้วย ไม่น่าจะมีปัญหาจึงรับทำงาน ผู้ว่าจ้างมีข้อแม้ว่า การทำงานครั้งนี้ต้องมอบสำเนาบัตรประชาชนและบัญชีธนาคารให้กับผู้จ้าง แต่เมื่อทุกอย่างบานปลายจนกลายเป็นจำเลยของสังคม ทั้งยังถูกผู้คนจำนวนมากกล่าวหาว่าโกงเงิน ซึ่งในความเป็นจริงก็ถูกกระทำเช่นกัน เพราะเป็นเหยื่อที่ถูกหลอกให้ทำงานและต้องการเปิดเผยขบวนการที่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองด้วย

"ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรับทำงาน อยากให้มีการกู้ข้อมูลจากโทรศัพท์หมายเลขเดิมที่มีปัญหา เพราะก่อนหน้านี้ใช้คุยงานกับผู้ว่าจ้างจนพัง นำไปซ่อมทำให้ข้อมูลหายไปหมดเหลือเพียงรายการเดินบัญชีที่ขอจากธนาคารและเฟซบุ๊กที่รับสมัครงาน"

ทังนี้การรับโอนเงินเข้าบัญชีแต่ละครั้ง ผู้จ้างจะแจ้งยอดมาให้ และแจ้งอีกว่าจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีโกดังจำนวนเท่าใด ซึ่งบางครั้งผู้จ้างจะบอกว่า ไม่ต้องโอนเข้าบัญชีโกดัง แต่โอนไปบัญชีอื่น ขณะนั้นยังไม่เข้าใจว่า บัญชีอื่นคือบัญชีใคร กระทั่งเห็นหมายเรียกมาถึงบ้าน จึงติดต่อกลับไปยังผู้จ้างงาน ซึ่งได้คำตอบว่า บริษัทแก้ไขปัญหาให้แล้วไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างยังเป็นปกติให้ทำงานเหมือนเดิมแต่ต่อมา กลับมีการโพสต์ประจานในโซเชียล มีการแชร์ไปจำนวนมาก จึงรู้ว่าถูกหลอกจึงหยุดทำงาน อีกทั้งบัญชีธนาคารก็ถูกอายัดทั้งหมด เมื่อเกิดปัญหา จึงได้พยายามหาข้อมูลของบุคคลที่เป็นผู้เสียหายตามหมายเรียก และเลขบัญชีที่ผู้ว่าจ้างสั่งให้โอนเงินเข้าบัญชีอื่นๆที่ไม่ใช่บัญชีโกดัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ออกหมายเรียกให้ข้อมูลว่า ผู้เสียหาย รายที่แจ้งความ ที่สภ.บางปะอิน ถอนแจ้งความแล้ว จึงเชื่อว่า การที่ผู้จ้างสั่งให้โอนเงินเข้าบัญชีอื่นๆน่าจะหมายถึงบัญชีของผู้เสียหาย เพราะชื่อเจ้าของบัญชีที่โอนเงินเข้าไปให้ตรงกับชื่อผู้เสียหายที่เป็นผู้กล่าวหาในหมายเรียก นอกจากนี้ยังมีอีกบัญชีที่มีความเสียหาย 94,000บาท มีการแจ้งความ ที่ สภ.คูคต และมีการออกหมายเรียกมาที่บ้าน รายนี้ชื่อผู้กล่าวหา ตรงกับชื่อบัญชีธนาคาร ที่มีการโอนเงินเข้าไปให้ แต่โอนไม่ครบเพราะเกิดเรื่องก่อน จากนั้นผู้เสียหายก็นำเรื่องราวมาโพสในโซเชียลในกลุ่มคน อ.สีชมพู อย่างไรก็ดีเมื่อเรื่องราวปรากฏออกมาเช่นนี้ ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ เพราะตัวเองอยากทำงานอยากมีรายได้ มีผู้จ้างงาน ก็จะมีรายได้จากการทำงาน แต่กลับกลายเป็นว่างานที่ทำเป็นการโกงเงินคนอื่นมา ก็เสียใจเพราะถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ คงไม่ทำ เพราะนอกจากตัวเองจะเดือดร้อนแล้ว มารดาก็ต้องมารับผิดชอบด้วย คนที่ถูกโกงเงินก็เดือดร้อนด้วย เสมือนว่าตอนนี้ครอบครัวเป็นจำเลยของสังคม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คำปรึกษา หาทางออกให้ด้วย

นางสิริพร น้อยพินิจ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากที่ได้ฟังมา ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าสองแม่ลูกมีความผิดแต่ความผิดเกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือไม่ เบื้องต้น ต้องให้พิสูจน์ตัวเองก่อน ทั้งสองคนต้องให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน ตามกระบวนการสอบสวน ทราบว่ามารดาน้อง ต้องไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกพยานวันที่ 22 พ.ค.ที่จะถึงนี้ แต่ในปัจจุบันอยู่ในช่วงการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การเดินทางไปมาระหว่างบ้านพักกับสถานีตำรวจที่ออกหมายเรียกมาอาจจะไม่เหมะสม จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกหมายเรียกว่า ให้ส่งประเด็นที่ต้องสอบสวนมายังพนักงานสอบสวน สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานีตำรวจในภูมิลำเนาของพยาน และทำหนังสือประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพู ให้รับแจ้งความ และหากทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล สำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นมีนักกฎหมายให้คำปรึกษาในทุกกรณี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังจากมีข่าวของสองแม่ลูกเผยแพร่ออกไป ก็มีบุคคลที่เคยทำงานเช่นเดียวกัน เป็นสาววัย23ปี ชาวจังหวัดนครนายกให้ข้อมูลว่า เคยสมัครงานและทำหน้าที่ในทำนองเดียวกันและยังเป็นคนที่โอนเงินต่อไปยังบัญชีของสองแม่ลูกรายนี้ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ก็ทราบทันทีว่าต้องเป็นจำเลยโดยที่ไม่รู้เรื่องเหมือนกันจึงอยากออกมาเปิดเผยเพื่อให้สังคมได้เข้าใจว่าสองแม่ลูกไม่ใช่มิจฉาชีพที่จะไปหลอกเอาเงิน แต่โดนใช้บัญชีไปโกงเงินคนอื่นๆเหมือนอย่างที่เคยทำส่วนตัวโชคดีสามารถเคลียร์กับผู้เสียหายได้จนหมด

ข่าวล่าสุด

รถไฟความเร็วสูงสเปนตกราง ซ้ำพุ่งชนขบวนสวนทาง เสียชีวิต 21 ราย