posttoday

"หม่อมเต่า"ถอยไม่เสนอครม.เพิ่มเงินผู้ประกันตนเป็น 75%

10 พฤษภาคม 2563

รมว.แรงงาน ถอยยังไม่เสนอครม.ปรับเพิ่มช่วยเหลือผู้ประกันตนได้รับผลกระทบจากโควิดเป็น 75% ผู้นำแรงงานค้านแหลกหวั่นกาะทบกองทุนประกันการว่างงาน

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้สอบถาม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ถึงกรณีที่จะนำเรื่องเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จาก 62% ของเงินเดือน(เพดานขั้นสูงสุด 15,000 บาท)เป็น 75% เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 12 พ.ค.หรือไม่ ซึ่งรมว.แรงงานบอกว่า คงต้องหารือกันภายในกระทรวงให้ได้ข้อสรุปเรียบร้อยก่อน ดังนั้นในสัปดาห์นี้จึงยังไม่นำเสนอ ครม. ที่สำคัญคือภารกิจเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนที่มาลงทะเบียนให้ครบก่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด)มีมติไม่เห็นด้วยที่จะปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็น 75% ซึ่งขัดแย้งกับการแถลงข่าวของ ม.ร.ว.จัตุมงคลที่ต้องการให้มีการปรับเพิ่มเป็น 75% อย่างไรก็ตามล่าสุด ม.ร.ว.จัตุมงคล ยอมถอยที่จะไม่น้ำเรื่องเข้าสู่ ครม.เนื่องจากเมื่อพิจารณาตัวเลขที่จะช่วยเหลือผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นป็น 75% นั้น จะส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนประกันการว่างงานเป็นอย่างมาก

น.ส.อรุณี ศรีโต ผู้นำแรงงานและ กรรมการบอร์ดประกันสังคม กล่าวว่า หากมีการชงเรื่องให้ครม.จริง ก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบเองเพราะบอร์ดก็ได้แสดงจุดยืนออกไปแล้วว่าไม่เห็นด้วย เนื่องจากต้องคำนึงถึงผู้ประกันตนทั้ง 15 ล้านคนที่จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันการว่างงานซึ่งในอนาคตหากพวกเขาตกงานก็ควรมีโอกาสได้ใช้เงินที่เขาจ่ายสมทบทุกเดือนด้วย หากเงินก้อนนี้หมดแล้วจะทำอย่างไร

“ไม่มีใครไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกจ้างได้รับเงินช่วยเหลือมากขึ้น แต่ไม่ใช่เอางบของประกันสังคมไปทุ่มทั้งหมด เงินกองนี้มี 1.6 แสนล้านบาท ควรใช้เมื่อลูกจ้างตกงานหรือออกจากงานเพื่อประทังความเดือดร้อน 3-6 เดือน เราต้องคำนึงถึงผู้ประกันตนที่เขาจ่ายเงินกันทุกๆเดือนด้วย ถ้าอนาคตถ้าเขาตกงานก็ควรมีสิทธิใช้เงินนี้ จริงๆแล้วหากรัฐบาลต้องการจะช่วยเหลือลูกจ้างมาก 62% ก็น่าจะใช้งบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน”น.ส.อรุณี กล่าว

น.ส.อรุณีกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือหากมีการเพิ่มเงินเช่วยเหลือเป็น 75% ต่อไปนายจ้างที่จะเลิกจ้างงานก็จะโอนภาระทั้งหมดมาให้ประกันสังคม ทั้งๆที่เขายังช่วยเหลือตัวเองได้ ที่สำคัญคือทำให้ลูกจ้างได้รับเงินชดเชยน้อยลงคือแทนที่จะได้ 75% ของเงินเดือน กลับจะมารับเพียง 75%ของเพดานเงินเดือน 15,000 บาท

นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน กล่าวว่า เคยแสดงจุดยืนแล้วว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการปรับเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนจากเหตุโควิด-19 เป็น 75% เพราะเรากลัวว่านายจ้างจะเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองแรงงานและโอนภาระให้กับกองทุนประกันสังคม ซึ่งตอนนี้เงินของกองทุนประกันการว่างงานก็มีเงินปริ่มๆน้ำอยู่แล้ว

“ผมยังไม่เห็นมีผู้ประกันตนมาร้องเรียนเลยว่า ได้รับเงินว่างงาน 62% นั้นน้อยไป แต่ถ้ารัฐบาลต้องการให้ได้มากขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ควรเอางบประมาณของรัฐบาลจากภาษีมาจ่าย ไม่ใช่เอาเงินของประกันสังคม”นายมนัส กล่าว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ เบรนท์ฟอร์ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 7 ก.พ.69