posttoday

ปลัดมหาดไทยแจงปมปล่อยผู้เดินทางออกจากภูเก็ตกว่า3,500คน

03 พฤษภาคม 2563

ปลัดกระทรวงมหาดไทยแจงผู้เดินทางออกจากภูเก็ตกว่า 3,500 คน ผ่านกระบวนการตรวจสอบคัดกรองแล้ว ทั้งหมดไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในภูเก็ตและไม่มีงานทำจากผลกระทบโควิด

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 63 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวระหว่างการแถลงข่าวของ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ถึงกรณีการเดินทางข้ามเขตจังหวัดของประชาชนว่า ขณะนี้ขอให้ประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่หากมีความจำเป็นเดินทาง ก็ต้องมีเหตุผลและหลักฐานที่สามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจได้

"ขณะนี้ประชาชนยังสงสัยว่าเมื่อเดินทางข้ามจังหวัดต้องถูกกัก 14 วันหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อย่างกรณีของจังหวัดนครราชสีมาที่ประกาศว่า มาจากพื้นที่มีความเสี่ยงจะต้องกักนั้น ผู้ที่เดินทางผ่านจะไม่ถูกกัก แต่จะกักเฉพาะผู้ที่ไปอาศัยอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น"ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่าสำหรับประเด็นที่ปล่อยให้ผู้เดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตจำนวนมากนั้น ได้มีการสอบถามจากในพื้นที่ว่ามีประชาชนที่ไม่ได้มีภูมิลำเนาในจังหวัดภูเก็ตที่ทำงานอยู่จำนวน 1 แสนกว่าคน ซึ่งมีจำนวน กว่า 50,000 คนที่แจ้งว่าไม่มีงานทำ ซึ่งได้ลงทะเบียนผู้ประสงค์จะออก และก็ไม่ได้ให้ออกได้ทุกตำบลมี 3 ตำบลที่ยังไม่อนุญาตให้ออก

ผู้ที่จะเดินทางออกไปก็ต้องมีหนังสือที่ผ่านการคัดกรอง พบว่ามีผู้เดินทางออกตามทะเบียน 3,600 คนไปถึงจังหวัดปลายทาง 56 จังหวัด แต่ส่วนใหญ่ 70%ยังอยู่ในภาคใต้ ทุกคนคือคนที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบคัดกรองแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้คนที่ผ่านการกักกันโรคที่มาจากต่างถิ่นก็จะมีการส่งกลับซึ่งก็เป็นผู้คนที่ผ่านการคัดกรองตามมาตรฐานแล้ว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับกลไกปฏิบัติในระดับพื้นที่นั้น ทุกพื้นที่จะใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยมีจุดประสงค์หลักคือยับยั้งการระบาดของโรค ส่วนข้อลดหย่อนผ่อนปรนต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 2 พ.ค.63 ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ระบุว่า ตามข้อกำหนด ตามมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กำหนดไว้ ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดเว้นแต่มีความจำเป็น ซึ่งต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งต้องรับการตรวจคัดกรอง และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด อันอาจทำให้การเดินทางต้องใช้เวลามากกว่าปกติ และไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางนั้นกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทุกจังหวัดดำเนินการ ดังนี้

1. ในการพิจารณาคัดกรองของจุดตรวจคัดกรองต่างๆ ให้พิจารณาถึงข้อเท็จจริงและความเหมาะสม โดยให้ชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจคัดกรอง ให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ตามข้อกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดประสานการปฏิบัติโดยให้ยึดถือร่วมกันว่า เป็นการบูรณาการการทำงานภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่เป็นการจำกัดการปฏิบัติเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ข้อขัดข้อง ความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีเป็นที่ยอมรับของประชาชน

2.กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ได้กำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขในการคัดกรอง ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทุกระบบ ตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นมา และได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่มีสถานีขนส่งสถานีรถไฟ ในพื้นที่ ประสานงานกับจังหวัดในการเตรียมสถานที่และบุคลากรปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดด้วยแล้ว

ข่าวล่าสุด

BYD ปิดจ็อบ EV 3.0 ผลิตชดเชยเกือบ 6 หมื่นคัน ดันไทยฮับส่งออก