อนุทินควงบิ๊กอู๊ดรุดดูอาการ42แรงงานต่างด้าวติดเชื้อโควิด-19
สงขลา-รมว.สธ.พร้อมผบช.สตม.ตรวจด่านปาดังฯดูอาการ42ต่างด้าวติดโควิด-19 เสนอย้าย 26 โรฮีนจาออกนอกห้องกักหวั่นเชื้อลาม
นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกฯและรมว.สธ. เดินทางพร้อมด้วย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ไปยังกองบังคับการตำรวจจรวจคนเข้าเมือง 6 จ.สงขลา ก่อนประชุมหารือราว 1 ชม. เกี่ยวกับความคืบหน้าการรักษาตัว 42 แรงงานต่างชาติที่ติดเชื้อโควิด 19 ในห้องกัก ตม.สงขลา อ.สะเดา โดยขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สงขลา 6 คน และกักตัวในศูนย์กักตัวสงขลา อ.สะเดา 36 คน ซึ่งปัจจุบันได้เปิดเป็นโรงพยาบาลสนามแล้วเพื่อรักษาอาการให้กับผู้ต้องกักเป็นการเฉพาะ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลตลอด 24 ชม.
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ดาบตำรวจอัครเดช หนูจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาได้มีอาการไข้สูงจึงได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อมาตำรวจที่ใกล้ชิดกับดาบตำรวจอัครเดช มีอาการไข้สูงจึงได้ไปตรวจพบเพิ่มเติมอีกห้านายจากการตรวจสอบพบว่าดาบตำรวจอัครเดชได้ไปปฎิบัติหน้าที่หลายหน้าที่รวมทั้งห้องกักทำให้มีราชการตำรวจเข้ารับการกักตัวรวม 144 นาย หลังจากนั้นสาธารณสุขจังหวัดสงขลาได้เข้ามาตรวจกูต้องขัดตึกหน้าชั้นล่างพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 42 คนและได้นำรถเอ็กซเรย์มาตรวจปอดพบว่าผู้ต้องกัก 5 คนต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรวมถึงผู้ต้องกักหญิงชาวเมียนม่าซึ่งตั้งครรภ์ 7 เดือนด้วยอีก 1 คน
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาจังหวัดสงขลาโดยสาธารณสุขจังหวัดสงขลาได้กำหนดให้ตึกหน้าของศูนย์กลับคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาเป็นโรงพยาบาลสนามซึ่งเมื่อวันที่ 28 เมษายน โดยผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือ 6 ได้ส่งมอบพื้นที่พร้อมผู้ต้องกักติดเชื้อให้กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาโดยได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 โรงพยาบาลสนามอยู่ชั้นหนึ่งตึกหน้าของศูนย์กักคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาโดยทำงานร่วมกับแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลสนามแห่งแรกที่ใช้ห้องกักเป็นที่ทำการ โดยมีคนไข้อยู่โดยไม่ต้อง เคลื่อนย้ายคนไข้ออกไปยังสถานที่อื่นซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อได้ ยกเว้นคนไทยที่มีอาการรุนแรงเท่านั้นถึงจะนำไปรักษาตัวต่อในโรงพยาบาล
“ผมได้ขอเสนอให้ย้ายผู้ต้องกักหญิงชาวโรฮีนจา จำนวน 26 คนที่ปัจจุบันถูกกักตัวอยู่บนชั้นที่สองของอาคาร ออกไปกักตัวที่ห้องกักตัวอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาแทน เพื่อป้องกันไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มเติม โดยก่อนการเคลื่อนย้ายนั้นจะต้องตรวจคัดกรองการติดเชื้ออย่างละเอียดเสียก่อน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานกับสาธารณสุขจังหวัดสงขลาว่าจะตรวจคัดกรอวเชื้อได้เมื่อไหร่” พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าว
ด้าน นายอนุทิน กล่าวว่า ตำรวจ ตม. ถือเป็นด่านแรกที่พบกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและพื้นที่เสี่ยง ส่วน สธ.เป็นไม้สอง มาตรการที่เรากังวลสุดคือพวกแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองผิด กม. เพราะไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและพร้อมจะหายเข้ากลีบเมฆ ทำให้งานเราจะลำบาก ต้องขอบคุณ ตม. เราถึงให้ความสำคัญกับการคัดกรองคัดแยกกักกันโรค ไม่พ้นมือพวกเรา ทำให้คนในเห็นถึงประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจ ขณะนี้ทุกคนทราบแล้วว่าเข้าเดือนที่ 4 แล้ว และสามารถผ่านวิกฤติไปได้เมื่อกลางเดือนมีนาคม ถ้าเราใช้มาตรการเข้มแข็งอีกระยะก็จะรู้ว่าต่อไปต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ก่อนที่จะผ่อนคลายเงื่อนไขต่างๆ
“ผมรู้ดีว่าเราจะอยู่แบบนี้ตลอดไม่ได้ จะห้ามคนทำงาน ห้ามประกอบอาชีพไม่ได้ เราต่ออายุ พรก.เพราะต้องการให้สถานการณ์นิ่ง คิดว่าอย่างเลวร้ายที่สุดจะเข้มมาตรการไปจนถึงมิถุนา หลังจากนั้นต้องผ่อนคลายพร้อมกับความร่วมมือของประชาชน ส่วนก.สาธารณสุข จะต้องมีคำอธิบายให้ประชาชนร่วมมือ ความเป็น new normal ต้องอธิบายให้ได้ คือ เราพยายามกลับมาปกติให้เร็วที่สุด ตอนนี้กลับมา 100% ยังไม่ได้ “ นายอนุทิน กล่าว
เขากล่าวต่อว่า ให้รีบตั้ง รพ.สนาม ที่ศูนย์กักตัวผู้ต้องกักสงขลาโดยไม่ให้เคลื่อนย้ายไป รพ. กลัว ประชาชนต่อต้านจะคุมลำบาก สัปดาห์ที่แล้วไปดูที่ภูเก็ตและปทุมธานี ก็เห็นว่าจัดทำได้ดี จึงทำที่สงขลา ยกเว้นอาหารวิกฤติก็ให้ย้ายไป รพ. ตามหลักมนุษยธรรม การมาวันนี้เพื่อมาดูหลังจากประสาน ตม. ต่อไปหาก จนท.ตม. ติดเชื้อขอให้ทุก รพ. ทำเป็นคนไข้วีไอพี ดูแลห้องพิเศษ เพราะช่วยแบ่งภาระไปได้มาก ส่วนหญิงโรฮีนจา 26 คนนั้นได้สั่งการให้ตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยตรวจน้ำลายเพราะต้องให้ปลอดภัยแก่ จนท. ทั้งนี้สำหรับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ให้ใช้หลักเคารพสิทธิความเป็นมนุษย์ โดยให้จิตเวชสงขลาไปดูแลด้วย
ทั้งนี้ นายอนุทิน และ พล.ต.ท.สมพงษ์ พร้อมด้วยอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เดินทางไปตรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซา อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อให้กำลังใจ จนท. และพูดคุยกับคนไทยที่เดินทางกลับมาจากมาเลเซียด้วย จากนั้นได้เดินทางไปดูสถานการณ์ที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดสงขลาด้วย ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สมพงษ์ ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ด่านปาดังเบซา และ ตม.กระบี่ ด้วย


