อุทาหรณ์เตือนใจอย่าใช้ใครกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม
บุรีรัมย์-ป้าวัย 57นั่งรถเข็นไปฟอกไต รพ.ขอความช่วยเหลือพนักงานเปลกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มที่ลูกสาวโอนให้กลับหายไป5,000บาท
นายรวย โพนรัมย์ อายุ 57 ปี และ น.ส.สุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา ชาว ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนขอให้ช่วยตรวจสอบเงินในบัญชีหายไป 5,000 บาท หลังจากที่ขอให้พนักงานเปลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง กดเงินจากบัตรผ่านตู้เอทีเอ็ม ที่ลูกสาวโอนมาให้เป็นค่ารถกฃลับบ้านหลังจากฟอกไตที่โรงพยาบาลดังกล่าว
น.ส.สุนันท์ ซึ่งประสบอุบัติเหตุลื่นล้มกระดูกร้าวต้องนั่งรถเข็นคนพิการ เปิดเผยว่า ลูกสาวได้โทรมาแจ้งว่าโอนเงินให้ 5,800บาท เดินไปกดเงินตู้เอทีเอ็มไม่ได้ และสามีก็กดเงินออกจากตู้ไม่เป็น จีงขอร้องให้พนักงานเปลหน้าโรงพยาบาลเอกชน ช่วยกดเงินให้จากนั้นไม่นานพนักงานก็เดินกลับมาบอกว่าเงินในบัญชีมีแค่ 1 พันบาทก็รู้สึกแปลกใจจึงให้สามี เดินไปกับพนักงานคนดังกล่าวอีกรอบพบว่ามีเงินเหลือบัญชี 1,087 บาทจริง จึงให้พนักงานคนเดิมช่วยกดถอนออกมา 1,000 บาท
ด้วยความคาใจจึงได้โทรศัพท์กลับไปสอบถามลูกสาวอีกครั้งก็ยืนยันว่าโอนมาให้ 5,8000 บาท พร้อมส่งสลิปมาให้ดูเป็นหลักฐานด้วย ดังนั้นหากลูกสาวโอนเงินมาให้ 5,800 บาท บวกกับเงินในบัญชีที่มีอยู่ 287 บาท ก็น่าจะต้องมีเงินอยู่ในบัญชี 6,087 บาทจึงให้หลานที่บ้านเอาสมุดบัญชีไปปรับที่ธนาคารออมสินเงินกดเงินออกไป 2 ครั้ง ครั้งแรก 5,000บาท ครั้งที่สอง 1,000 บาท ทิ้งระยะห่างกันประมาณ 10 นาที จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์
"เงินจำนวนนี้สำคัญกับครอบครัวมากต้องเอาไปใช้หนี้ร้านค้าในหมู่บ้านที่เซ็นนมมาให้หลานสาว และเก็บไว้ซื้อข้าว เพราะตัวเองก็ป่วยทำงานไม่ได้ รอแต่เงินที่ลูกสาวซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ จะส่งมาให้หากเอาไปจริงก็ขอเอามาคืน เพราะตอนนี้ไม่มีเงินติดบ้านที่จะใช้จ่ายเลย" น.ส.สุนันท์ กล่าว


