คนไทยกลับประเทศผ่านด่านสะเดา วันแรก 102คน ถูกกักตัว13รายมีไข้สูง
สงขลา-หญิงไทยมุสลิมลูก3ขวบ ท้อง8เดือน ดีใจเห็นด่านสะเดา เผยอยู่ฝั่งมาเลเซีย 1เดือน5วัน ไม่มีเงินติดตัว ได้กงศุลปีนังนำข้าวสาร10ก.ก.ช่วยประทังหิว
เมื่อวันที่ 18 เม.ย.63 บรรยากาศเปิดด่านพรมแดนไทยมาเลเซีย ที่ด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา รอยต่อรัฐเคดาห์ มาเลเซีย มีคนไทยเดินทางกลับเข้ามาทั้งเป็นบุคคลและครอบครัว ซึ่งวันแรกนี้มีผู้ได้รับอนุญาตเข้ามา จำนวน 102 คน ทุกคน การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่สัมภาระ การตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตเดินทาง ใบรับรองแพทย์ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สอบประวัติความเสี่ยงทางสุขภาพ และพบว่ามีจำนวน 13 ราย ที่ผลการวัดอุณหภูมิร่างกาย มีไข้สูง จึงถูกนำไปเฝ้าระวังอาการที่โรงพยาบาลสะเดา เป็นเวลา 14วัน ตามาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
หญิงมุสลิมพร้อมลูกชาย 3 ขวบและตั้งครรภ์ 8เดือน กล่าวว่า ติดอยู่ในมาเลเซีย ไม่สามารถไปไหนได้ ไม่มีเงินมาหนึ่งเดือนห้าวัน ไม่มีเงินกินเลยรู้สึกเสียใจ เราท้องแก่ด้วยแปดเดือนแล้ว กลัวจะคลอดที่นั้น ต้องเสียค่าใช้จ่าย ก็เลยติดต่อทางกงสุล รัฐปีนัง ขอความช่วยเหลือกงสุลก็ให้ลงทะเบียนออนไลน์ เราไม่ได้เรียนหนังสือก็เลยทำไม่ได้ ไม่กี่วันติดต่อไปอีกบอกกงสุลว่า เราท้องแก่จะ คลอดแล้วอยู่ไม่ได้ ไม่มีเสบียงแล้ว ผ่านไปได้สักพัก กงสุล รัฐปีนัง ให้ไปเอาข้าวสารที่วัดมา 10 กก.ได้เอามาประทังชั่วคราวก่อน
"รู้สึกดีใจที่ได้เห็นด่านไทย รอดตายไปอีก"หญิงมุสลิม กล่าว
สาว ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า พอทางการให้เปิดลงทะเบียน ก็เข้าไปลงทะเบียนลงทะเบียนได้ แต่ช่วงลงทะเบียน ก็เครียดมากรอตั้ง 2-3 วัน มีคณะของ อสม.ของคนไทย ที่อยู่ที่นู่นคอยประสานงานให้ จะมีแจกถุงยังชีพ
“ทำเรื่องเสร็จก็หารถให้เรา โล่งอกมากเลย ถ้าถูกกักตัวครบ 14 วัน ก็กลับไปอยู่ที่บ้าน จ. ขอนแก่น ดีใจอย่างที่ได้กลับมาบ้าน”


