เครือข่ายภาคประชาชนยื่น4ข้อ จี้ศบค.จัดระเบียบตลาดสู้โควิด-19
หวั่นแค่ร่วมมือเอาไม่อยู่! เครือข่ายภาคประชาชนยื่น4ข้อเรียกร้องให้ศบค.จัดระเบียบตลาดสู้โควิด-19ไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อ
นายณัฐพงษ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมด้วย นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน และแกนนำเยาวชนจำนวน10 คน เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019หรือ ศบค.ผ่านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้มีมาตรการเร่งด่วน จัดระเบียบตลาดสด ตลาดนัด ทั่วประเทศ ลดความเสี่ยงการแพร่เชื่อโควิด -19
นายชูวิทย์ กล่าวว่า จุดที่น่าเป็นห่วงคือขาดการรักษาระยะห่างในตลาด ส่วนใหญ่ไม่มีอ่างล้างมือด้วยสบู่ เจล และไม่มีการจำกัดทางเข้าออกเพื่อทำการคัดกรองผู้เข้าตลาด ตลอดจนขาดการประชาสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ของตลาดสด ตลาดนัด ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังมีความสุ่มเสี่ยงกับการเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ ดังนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพื่อรักษาตลาด แหล่งซื้อขายอาหารการกินของชาวบ้านเอาไว้ และถือเป็นโอกาสอันดีในการจัดระเบียบตลาดสด-ตลาดนัด ตลาดนอกระบบ ให้อยู่ในระบบปลอดภัย ลดความเสี่ยงโควิด-19 เป็นผลดีในระยะยาว
ด้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังต่อไปนี้
1.ขอให้ ศบค.ออกมาตรการโดยด่วนกำหนดให้ตลาดดำเนินการให้ผู้ขายและผู้ซื้อ สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน กำหนดระยะห่างระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ให้มากกว่า1-2 เมตร และกำหนดทางเข้าออกภายในพื้นที่ตลาดให้ชัดเจน ตลาดต้องจัดให้มีจุดล้างมือน้ำ สบู่ แบบไม่สัมผัส หรือจุดติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ไว้บริการล้างมือก่อนและหลังเข้าตลาด ให้ตลาดทำความสะอาดร้านค้าและอุปกรณ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน และมีการทำบิ๊กคลีนนิ่งตลาดอย่างน้อยทุกสัปดาห์ เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19
2.ขอให้จังหวัด เร่งฟื้นฟูตลาดสด-ตลาดนัด ที่ถูกสั่งปิดไปแล้วระยะหนึ่ง เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อไวรัส-โควิด 19 เข้ามาใช้บริการ ให้กลับมาเปิดบริการดังเดิม โดยผ่านการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ตามฐานความปลอดภัย และจัดระเบียบตลาดใหม่ ทั้งนี้เพื่อคืนแหล่งซื้อขายอาหารของประชาชนและวิถีชีวิตชาวบ้านให้กลับมา ที่สำคัญยังช่วยเศรษฐกิจชุมชน ช่วยลดผลกระทบเศรษฐกิจภาพรวมได้บ้าง
3.ขอให้กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองท้องถิ่น ทำการสำรวจตลาดที่ยังอยู่นอกระบบ เพื่อดำเนินการให้อยู่ในระบบอย่างถูกต้อง เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และ4.เครือข่ายขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ บุคลากร อาสาสมัคร หน่วยงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการฝ่าฟันกับวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 เครือข่ายยินดีสนับสนุนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกับ ศบค.อย่างเต็มกำลัง
ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้มอบหมายกทม.กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ตลาดแหล่งอาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ตัวพี่น้องประชาชน และขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะเครือข่ายฯให้ช่วยตรวจสอบเฝ้าระวัง ส่วนข้อเสนอที่เครือข่ายฯได้ห่วงใย ตนและทีมงานจะนำเรียนให้ผู้บริหารระดับสูง ทีมงานที่ดูแลเรื่องตลาดสด ตลาดนัด โดยเฉพาะกทม.และต่างจังหวัด เพื่อให้คนซื้อคนขายได้รักษาสุขอนามัยซึ่งเป็นพื้นฐานต่อไป


