"เทพไท"ชง 2 แนวทางเยียวยาผลกระทบโควิด
เทพไท เสนอ 2 แนวทาง แก้ปัญหาการเยียวยา-ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนผลกระทบโควิด19 โต้ โฆษก พปชร.ยันมีมารยาททางการเมือง วิจารณ์รัฐบาล
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล ที่ต้องการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ถ้าดูการทำงานของกระทรวงการคลังในโครงการดังกล่าว มาเป็นเวลาหลายวันแล้ว มียอดผู้ลงลงทะเบียนมากถึง 27ล้านคน ต้องคัดกรองให้เหลือเพียง 9 ล้านคน ทำให้มีผู้ถูกตัดสิทธิ์จำนวน 18 ล้านคน ซึ่งจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เพราะมีคนผิดหวังถูกตัดสิทธิ์ มากกว่าคนที่ได้รับสิทธิ์เยียวยา ความไม่พอใจจากผู้ถูกตัดสิทธิ์ก็จะออกมาทวงถามความเป็นธรรมในการคัดกรอง เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นการประมวลผลระบบAI ที่มีความผิดพลาด และคลาดเคลื่อนในหลายประเด็น นอกจากนี้ยังมีอาชีพต่างๆที่มีความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเพิ่มขึ้นอีกหลายอาชีพ ซึ่งรัฐบาลก็จะพบกับปัญหาและแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างไม่จบสิ้น จะเป็นการแก้ปัญหาแบบลิงแก้แห จะยืดเยื้อวุ่นวายอีกต่อไปไม่จบสิ้น
"ผมยังขอยืนยันที่จะเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการเยียวยาและช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในรูปแบบ ที่ปฏิบัติได้ง่าย อธิบายได้ทุกเหตุผล และเป็นธรรมกับทุกคนให้รัฐบาลเป็นทางเลือก2วิธีคือ
1.วิธีการเยียวยาให้กับคนไทยทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีเงินฝากในบัญชีธนาคารไม่เกิน 1แสนบาท หรือเป็นคนจนผู้ยากไร้ที่ไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารเลย
2.วิธีการเยียวยาให้กับทุกครัวเรือน ซึ่งทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ 20ล้านครอบครัว เป็นครอบครัวของข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวม30% และครอบครัวผู้มีอันจะกิน20% ยังคงเหลือครอบครัวที่ต้องเยียวยาประมาณ10ล้านครัวเรือน จ่ายครัวเรือนละ 10,000 บาท/เดือน ใช้เงินเดือนละ1แสนล้านบาท ข้อเสนอทั้ง 2 แนวทางนี้ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีปัญหาสลับซับซ้อน สามารถตอบคำถามของสังคมได้ชัดเจน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผมจึงขอเสนอความเห็นมายังรัฐบาลเพื่อพิจารณาในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนคนหนึ่ง " นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนการที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาวิจารณ์การแสดงความเห็นของตนว่า ควรรักษามารยาททางการเมืองนั้น ขอชี้แจงว่าตนเป็น ส.ส.มาหลายสมัย เคยเป็นทั้งสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกพรรคฝ่ายค้านมาก่อน ย่อมเข้าใจวิธีการทำงาน และมารยาททางการเมืองเป็นอย่างดี แต่ถ้าจะให้เลือกระหว่างมารยาททางการเมือง กับชีวิตประชาชนกำลังจะอดตาย ผมเลือกต่อสู้อยู่เคียงข้างประชาชนดีกว่า การเป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่สามารถปิดกั้นการทำหน้าที่ ส.ส.ได้ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 บัญญัติว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์”
นายเทพไท กล่าวอีกว่านายธนกรอาจจะไม่เข้าใจการทำหน้าที่ ส.ส. เพราะไม่เคยเป็น ส.ส.มาก่อน แม้ว่าจะพยายามลงสมัครรับเลือกตั้งหลายครั้งแล้วก็ตาม จึงขอแนะนำให้กลับไปอ่านรัฐธรรมนูญให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน เพราะคนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เจ้านายก็คือประชาชน ส.ส.ทุกคนยอมเป็นขี้ข้าของประชาชน ดีกว่าเป็นขี้ข้าของคนที่แต่งตั้งหรือให้ตำแหน่งทางการเมืองมา การแสดงความเห็นของตนต่อการทำงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในหลายครั้งก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา อะไรที่รัฐบาลชุดนี้ทำดี ก็ชื่นชมมาตลอด อะไรที่เห็นว่าเป็นข้อบกพร่อง ก็ได้เสนอความเห็นและท้วงติงในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนตลอดมาต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ว่ารัฐบาลนี้เป็นของประชาชน ไม่ใช่รัฐบาลเทวดา ที่ใครเตะต้องไม่ได้ อยากให้กลับไปตรวจสอบการทำหน้าที่ของตนในฐานะ ส.ส.ว่าได้ยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนหรือไม่ ถ้านายธนกรยังมีข้อสงสัยและไม่เข้าใจในบทบาทของ ส.ส.ก็ต้องรอให้นายธนกรไปลงสมัครรับเลือกตั้ง และถ้าประชาชนเลือกตั้งเข้ามา เมื่อถึงวันนั้นนายธนกรก็จะรู้เองว่า การเป็น ส.ส.ที่ดีของประชาชนควรจะปฎิบัติหน้าที่อย่างไร


