สงขลาเริ่มมาตรการคุมเข้มออกจากบ้านต้องสวมหน้ากาก ห้ามขายสุรา จัดงานสงกรานต์
จังหวัดสงขลา เริ่มบังคับใช้มาตรการให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน วันนี้เป็นวันแรก หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท พร้อมห้ามจัดงานสงกรานต์หรือเล่นน้ำสงกรานต์ทุกกรณี ขณะที่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด - 19 ยังอยู่ที่ 48 ราย
เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสงขลาได้เริ่มใช้มาตรการให้ประชาชนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง ที่ออกจากบ้านเป็นวันแรก หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และอาจมีความผิดตาม พรก.ฉุกเฉิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนที่เดินทางออกจากบ้านส่วนใหญ่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน ทั้งที่ขับรถออกจากบ้าน และขณะใช้ชีวิตประจำ หรือทำงานนอกบ้านแต่ก็ยังมีบางคน ที่ไม่สวมใส่ ซึ่งอาจจะไม่ทราบคำสั่งนี้ และนอกจากคำสั่งให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้านแล้วทางจังหวัดสงขลา ยังได้ออกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมทั้งห้ามจัดงานสงกรานต์ทุกระดับและห้ามเล่นฉีดน้ำสงกรานต์ทุกกรณี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12-19 เม.ย. นี้
ทั้งนี้เพื่อควบคุมยออดผู้ติดเชื้อและแพร่ระบาดของโควิด 19 ในพื้นที่จ.สงขลา ให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น แม้ยอดผู้ป่วยสะสมของ จ.สงขลา จะเพิ่มขึ้น48 ราย แต่ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยทั่วไป 37 ราย ซึ่งเป็นยอดที่นิ่งไม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมา 8 วัน ส่วนอีก11 ราย เป็นกลุ่มดาวะห์ จากประเทศอินโดนีเซีย.


