posttoday
"หมอระวี" ชงรัฐทำ 4 ข้อ ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด

"หมอระวี" ชงรัฐทำ 4 ข้อ ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด

22 มีนาคม 2563

หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ยก 4 ข้อเสนอชงรัฐบาล ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ให้ลดราคาน้ำมันลิตรละ 3 บาท

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นและข้อเสนอต่อรัฐบาลในการช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ระบาดของไวรัส โควิด-19 โดยมีเนื้อหาดังนี้

เวลาที่คนไทยทุกคนต้องเสียสละเพื่อชาติ

ในสภาวะสงครามชีวภาพ ที่เริ่มรุนแรง และการสูญเสียสุขภาพ ชีวิตคนไทยจะมากขึ้น ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจะรุนแรงและยืดเยื้อเพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นที่คนไทยทุกคนไม่ว่า พ่อค้า,นักธุรกิจ ,โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย-แอลกอฮอล์-เจลฆ่าเชื้อ ,โรงพยาบาลเอกชน ,นักการเมือง ,ประชาชน ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจเสียสละรายได้ - ผลกำไร คนรวยต้องเสียสละให้คนจน

ผมมีเรื่องเสนอรัฐบาลในการช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญดังนี้

1 ค่าตรวจโควิด- 19 ที่ขณะนี้โรงพยาบาลรัฐและเอกชน คิดราคาอยู่ที่ 5,000 - 10,000 บาท ขอให้รัฐบาลขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนลดราคาลง เป็นราคาที่ใกล้เคียงกัน เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ที่ไปตรวจและจ่ายเงินเอง เป็นการลดภาระของรัฐบาล

อีกประการหนึ่ง ขอให้รัฐบาลเร่งประสานงานใช้น้ำยาตรวจโควิด 19 ที่บริษัท ปตท และคณะแพทย์ศิริราช ร่วมกันคิดค้นขึ้นมาได้ ราคาอยู่ที่ 475 บาทต่อเทส ถ้าการทดลองและวิจัยได้ผลพอใช้ได้ ควรเร่งนำมาใช้ตรวจ ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและรัฐบาลได้ถึงเกือบ 10 เท่าตัว นอกจากนั้น ขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขซื้อน้ำยาตรวจโควิด 19 จากประเทศจีน ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะถูกกว่าน้ำยาที่เราใช้อยู่ ขณะนี้

2 หน้ากากอนามัย จากการที่รัฐบาลแถลงว่า ขณะนี้ได้เร่งให้โรงงานผลิต 2 ล้านชิ้นต่อวัน จากเดิมที่ผลิตได้ 1.2ล้านชิ้นต่อวัน ผมขอเสนอเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

2.1 เสนอให้รัฐบาลกำหนดราคา ขายให้ประชาชน อยู่ที่ 1.5 บาทต่อชิ้น ก็พอแล้ว จากราคาที่รัฐบาลกำลังให้ขายที่ 2.5 บาทต่อชิ้น ก่อนโควิด ระบาด ราคาขายหน้ากากอนามัย เกรดดีอยู่ที่ 60 บาทต่อกล่อง (กล่องละ 50 ชิ้น) = ราคา1.2 บาทต่อชิ้นเท่านั้น

ดังนั้นจึงขอเสนอรัฐบาล ลดราคาขายให้ประชาชนทั่วไปเหลือ 1.5 บาทต่อชิ้น ก็พอแล้ว( สมมติโรงงานได้กำไรเพียง 10 สตางค์ต่อชิ้น วันหนึ่งก็ได้กำไร 200,000 บาทต่อวันแล้ว) ยกเว้นวัตถุดิบราคาแพงขึ้น และต้องเร่งผลิต ต้องจ่าย OT ให้พนักงาน ก็อาจจะขายที่ราคา 1.5 - 1.8 บาทต่อชิ้น

รัฐบาลต้องขอความร่วมมือกับทางโรงงานและร้านค้า ให้ลดกำไรลง เพื่อช่วยกันลดผลกระทบเศรษฐกิจของประชาชน

2.2 ประเด็นโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยส่งออกนอก ตามที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI รัฐบาลควรเข้าเจรจาหาแนวทางยุติการส่งออกชั่วคราว ช่วง 1-2 เดือนนี้ ขอขายในประเทศก่อน เพราะขณะนี้เป็นช่วงสงครามชีวภาพไม่ใช่ภาวะปกติ และหน้ากากอนามัยถือเป็นยุทธปัจจัยที่สำคัญมากในขณะนี้

3 ราคาเจลฆ่าเชื้อ ขณะที่ราคาแอลกอฮอล์จากโรงงานอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร = 3 สตางค์ต่อซีซี ดังนั้นรัฐบาลควรจะควบคุมราคาขายเจลฆ่าเชื้ออยู่ที่ 40-50 สตางค์ต่อซีซี ขึ้นอยู่กับ packaging เพราะในยามนี้เจลฆ่าเชื้อถือเป็นยุทธปัจจัยที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง

4 เสนอให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันและแก๊สลงอย่างรีบด่วน ประมาณ 3 บาทต่อลิตร (กก.) เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการคือ

4.1 ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบลดต่ำลงอย่างมาก เหลือราคาเพียง 25-28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมก่อนโควิด-19 จะระบาด ราคาอยู่ที่ 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

4.2 ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ผมเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการคิดราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์ และราคาแก๊สเสมือนนำเข้าจากซาอุดิอาระเบีย ทั้งที่แก๊ส 90% ผลิตจากในประเทศ

น่าจะได้เวลาที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแสดงความกล้าหาญสมกับชายชาติทหาร ประกาศยกเลิกการคิดราคาเสมือนนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาภาคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอด แต่รัฐบาลในอดีตไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ

ถ้าพลเอกประยุทธ์ ตัดสินใจทำเรื่องนี้ จะเป็นการเยียวยาทาง เศรษฐกิจของประเทศได้เป็นแสนล้านบาท โดยรัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณเลย เพราะราคาน้ำมันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจประเทศ ถ้าลดราคาน้ำมันและแก๊สลงจะส่งผลให้ราคาค่าครองชีพ ทุกๆอย่างต้องลดราคาตามลงมาด้วย

ข่าวล่าสุด

Gatherground ผนึก Baller Bangkok ปั้นคอมมูนิตี้ Wellness รับเทรนด์สุขภาพ

Gatherground ผนึก Baller Bangkok ปั้นคอมมูนิตี้ Wellness รับเทรนด์สุขภาพ