
เริ่ม 8 ก.ย. กองทัพเรือ เปิดจองบัตรชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569
กองทัพเรือเปิดลงทะเบียนขอรับบัตรที่นั่งชม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 ซึ่งเปิดให้เข้าร่วมชมในโอกาสสำคัญทั้งวันซ้อมใหญ่และวันเสด็จพระราชดำเนินจริง รวม 3 วัน
กองทัพเรือ ประกาศเชิญชวนประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนขอรับบัตรที่นั่งชม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 8-16 ก.ย. 2569 (จำกัดสิทธิ์คนละ 2 ใบ เลือกชมได้ 1 วัน) เพื่อเข้าชมในวันซ้อมใหญ่ (21, 28 ต.ค. 2569) และวันเสด็จพระราชดำเนิน (6 พ.ย. 2569) ณ จุดที่กำหนด
กำหนดการจัดงานขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569
กองทัพเรือเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมชมความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีใน 3 วันสำคัญ ได้แก่
- วันซ้อมใหญ่: วันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569
- วันเสด็จพระราชดำเนิน (วันจริง): วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
วิธีจองบัตรชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569
ประชาชนที่สนใจ สามารถติดต่อขอรับบัตรที่นั่งชมได้ฟรี โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขดังนี้
เงื่อนไขการรับสิทธิ์
- สงวนสิทธิ์รับบัตรได้ คนละไม่เกิน 2 ใบ
- สามารถเลือกรับบัตรเพื่อเข้าชมได้ เพียง 1 วันเท่านั้น
ช่องทางการจองและรับบัตร
- จองผ่านทางโทรศัพท์:
- โทรศัพท์: 09-8279-0903 และ 09-8279-0914
- วันและเวลา: 8 – 16 กันยายน 2569 เวลา 08.30 - 16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ)
- การรับบัตรด้วยตนเอง:
- สถานที่: ห้อง พสบ.ทร. ชั้น 1 อาคาร กพร.ทร. (แห่งใหม่) เลขที่ 2 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
- วันและเวลา: 21 – 25 กันยายน 2569 เวลา 08.30 - 16.30 น.
จุดนั่งชมสำหรับประชาชนทั่วไป
พื้นที่ที่จัดเตรียมไว้รองรับประชาชนทั่วไป มีดังนี้
- ราชนาวีสโมสร (เข้าชมได้ทั้งวันซ้อมใหญ่และวันจริง)
- ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ (เข้าชมได้ทั้งวันซ้อมใหญ่และวันจริง)
- อาคารราชนาวิกสภา (เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันซ้อมใหญ่เท่านั้น)
ประวัติและที่มาของกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค
กระบวนพยุหยาตราชลมารค คือ ริ้วกระบวนเรือพระราชพิธีที่จัดขึ้นสำหรับการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ในวาระต่าง ๆ ทั้งส่วนพระองค์และงานพระราชพิธี ซึ่งสืบทอดมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน
"การเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทยนับแต่โบราณกาล นอกจากการเสด็จทางบก (พยุหยาตราทางสถลมารค) แล้ว การเสด็จทางน้ำ (พยุหยาตราทางชลมารค) ถือเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญยิ่ง"
ในสมัยสุโขทัย ปรากฏหลักฐานว่าพระร่วงทรงเรือออกไปลอยกระทงหรือพิธีจองเปรียง ต่อมาในสมัยอยุธยาซึ่งเป็นเมืองเกาะล้อมรอบด้วยแม่น้ำลำคลอง การสัญจรและการทำศึกสงครามจึงพึ่งพากระบวนทัพเรือเป็นหลัก มีการสร้างเรือรบจำนวนมาก
เมื่อบ้านเมืองสงบสุข ในฤดูน้ำหลากซึ่งราษฎรว่างเว้นจากการทำนา พระเจ้าแผ่นดินจะทรงเรียกระดมพลมาฝึกซ้อมกระบวนทัพเรือ โดยผนวกเข้ากับประเพณีการทอดกฐิน เกิดเป็นประเพณีแห่เสด็จกฐินทางน้ำ เพื่อให้ไพร่พลได้ร่วมงานกุศลและรื่นเริง
นอกจากนี้ กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคยังถูกนำมาใช้ในพระราชพิธีสำคัญอื่นๆ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, การเสด็จพระราชดำเนินนมัสการรอยพระพุทธบาท, การอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญเข้าสู่เมืองหลวง และการต้อนรับราชทูตต่างประเทศ เป็นต้น







