posttoday
เตือนรัฐเจรจาเปิดเสรีไทย-อียู เปิดทางเหล้านอกยึดตลาดไทย

เตือนรัฐเจรจาเปิดเสรีไทย-อียู เปิดทางเหล้านอกยึดตลาดไทย

24 พฤศจิกายน 2553

...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ไม่ใช่ปัญหาที่ละเลยได้อีกต่อไป เมื่อตัวเลขการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยตลอด 13 ปีที่ผ่านมาทะยานตัวสูงขึ้นจาก 19.98 ล้านลิตร ในปี 2538 เพิ่มขึ้นเป็น 156.2 ล้านลิตร ในปี 2551 หรือเพิ่มถึง 7.8 เท่า

นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ฉายภาพพฤติกรรมการบริโภคสุราของคนไทยว่า ประมาณ 10–20 ปีที่ผ่านมา ทิศทางการบริโภคสุราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม ความไม่มั่นคงทางการเมือง และมาตรการรณรงค์อย่างเข้มข้น ทำให้ช่วง 23 ปีล่าสุด ทิศทางการบริโภคเริ่มทรงตัว ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดี

คุณหมอบอกว่าเทรนด์การบริโภคสุราสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องดื่มที่ผลิตในประเทศ คือ เครื่องดื่มสไตล์พื้นบ้าน และสุรากลั่น ซึ่งมีแนวโน้มคงที่และลดลงเล็กน้อย ในขณะที่เครื่องดื่มชาติตะวันตก ซึ่งมีการผลิตและนำเข้ามีการเติบโตขึ้นทดแทนที่ โดยมูลค่าการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากทั่วโลกมูลค่ารวม 6,896 ล้านบาท แบ่งเป็นนำเข้าจากยุโรปกว่า 80% คิดเป็นมูลค่า 5,107 ล้านบาท

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เครื่องดื่มนำเข้ามีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักต่อปี” นพ.ทักษพล เผยข้อมูล

ตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นดัชนีชี้วัดว่า “ค่านิยม” ของคนไทยติดภาพว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากยุโรปดูดีมีระดับ รวมทั้งถูกหล่อหลอมจากการโฆษณาแฝงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ดีในการบริโภคสินค้าต่างชาติ

นพ.ทักษพล อ้างอิงข้อมูลทางวิชาการว่า จากการสำรวจพฤติกรรมและความต้องการบริโภคสุราในเด็กและเยาวชน ได้รับคำตอบจากกลุ่มเด็กที่เคยบริโภคสุราเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องการลิ้มลองวิสกี้จากยุโรป ส่วนกลุ่มเด็กที่ยังไม่เคยดื่มหากมีโอกาสจะลองดื่มเบียร์เนื่องจากหาได้ง่ายและมีราคาถูก

ข้อกังวลของผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุราจากพฤติกรรมการบริโภคข้างต้นก็คือการเจรจาเปิดเสรีทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มอียู

“หากนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นสู่เวทีเจรจาการค้าไทยอียูจะทำให้ภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าเป็น 0% นั่นหมายความว่าสุราแบรนด์ดังจากยุโรปจะหลั่งไหลเข้ามาในประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้อุตสาหกรรมสุราต่างชาติจะสามารถขยายการลงทุนและย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศได้ รวมทั้งกลไกการค้าเสรียังกระทบต่อนโยบายหลักของประเทศที่พยายามยับยั้งการดื่มสุราด้วย”

“ข้อตกลงการเจรจาไทยอียูจะบีบให้มีการลดภาษี ยกเลิกโควตาการจำกัดจำนวนขนเหล้าเข้าออกระหว่างประเทศและยังมีการแทรกแซงเพื่อให้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมจำกัดโฆษณา จากข้อเท็จจริงทั่วโลกพบว่ามีบางประเทศเท่านั้นที่สามารถแข็งขืนได้” นพ.ทักษพล อธิบาย

อย่างไรก็ดี แม้ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาไทยอียู แต่ก็มีความพยายามกดดันมาจากฝั่งประเทศอียูว่าหากไม่มีการเจรจาเสรีการค้าเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จะไม่เกิดการเจรจาในสินค้าอื่นๆ ด้วย

นั่นเพราะกลุ่มอียูมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเหล้า และมองว่าไทยเป็นตลาดที่ใหญ่มาก เมื่อกลุ่มอียูส่งสัญญาณเช่นนี้ คนอีกกลุ่มซึ่งเห็นถึงความสำคัญและความคุ้มค่าจากการเจรจาเสรีการค้าก็จะเริ่มกดดันกลุ่มที่ผลักดันเรื่องสุขภาพ จนกลายมาเป็นการกดดันกันเองภายในประเทศ

“ความเป็นจริงคือเศรษฐกิจมักเสียงดังกว่าสุขภาพ และไม่มีสินค้าอื่นใดแล้วที่ทำการค้าขายอย่างปกติในสังคมแล้วก่อปัญหาได้มากกว่าแอลกอฮอล์ ขนาดสินค้าที่เขายกเว้นไม่นำเข้ามาเจรจา เช่น ปืน อาวุธ ยาเสพติดต่างๆ ยังทำคนตายได้น้อยกว่าแอลกอฮอล์กว่า 10 เท่า” นพ.ทักษพล ยืนยัน

คุณหมอทักษพล แนะนำว่า รัฐบาลไทยจำเป็นต้องแยกกลุ่มการเจรจาให้ชัดเจนระหว่างสินค้าแอลกอฮอล์ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ และนโยบายต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยต้องพิจารณาว่าประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมให้ดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ ถ้าตอบว่า ไม่ ก็ต้องถามต่อว่ากลไกการค้าเสรีทั้งหมดเป็นกลไกที่ส่งเสริมให้มีการผลิตและบริโภคสินค้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าตอบว่า ใช่ ก็จะเห็นว่า ขัดกันโดยสิ้นเชิง

“เหมือนน้ำกับน้ำมันที่เข้ากันไม่ได้” นักวิชาการรายนี้เปรียบเปรย และย้ำด้วยว่า การเจรจาการค้าก็เจรจาไป แต่ไม่ควรเอาแอลกอฮอล์หรือบุหรี่หรือสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยกลไกการค้าเสรีควรใช้กับสินค้าประเภทอื่นที่ทำแล้วยิ่งมีการบริโภค เกิดเงินหมุนเวียน มีการจ้างงาน ซึ่งแตกต่างกับแอลกอฮอล์ที่ยิ่งส่งเสริมยิ่งเกิดปัญหา

สำหรับมาตรการเพิ่มภาษีสรรพสามิตตามนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อจำกัดการเข้าถึงนั้น คุณหมอ มองว่า เป็นความริเริ่มที่ดี แต่จะยั่งยืนหรือไม่ และรัฐบาลในอนาคตจะสานต่อนโยบายเหล่านี้ต่อไปแค่ไหน

นอกจากนี้ มีคำถามที่เกิดขึ้นอีกว่า แม้จะตั้งกำแพงภาษีสูงขึ้นจริง แต่จะจำกัดการย้ายฐานการผลิตของต่างประเทศเข้ามาในประเทศได้อย่างไร

นี่เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องให้คำตอบ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69