posttoday
แก้รธน.กันครหาเอื้อการเมือง

แก้รธน.กันครหาเอื้อการเมือง

23 พฤศจิกายน 2553

รัฐสภาถกแก้รธน.เรียงหน้าเสนอหลักการเหตุผล คปพร.ย้ำต้องนำรธน.40มาใช้เพื่อสร้างประชาธิปไตยชทพ.ยันแก้ระบบเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงส.ส.อภิสิทธิ์  แจงแก้ 2 ประเด็นกันครหาเอื้อฝ่ายการเมือง

รัฐสภาถกแก้รธน.เรียงหน้าเสนอหลักการเหตุผล คปพร.ย้ำต้องนำรธน.40มาใช้เพื่อสร้างประชาธิปไตยชทพ.ยันแก้ระบบเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงส.ส.อภิสิทธิ์  แจงแก้ 2 ประเด็นกันครหาเอื้อฝ่ายการเมือง

การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 จำนวน 4 ฉบับได้เริ่มขึ้นแล้ว ทั้งนี้ขั้นตอนในการพิจารณาจะเป็นการอภิปรายรวมกันทั้ง 4 ฉบับไปในคราวเดียวกัน แต่เมื่อถึงขั้นตอนของการลงมตินั้นจะใช้ระบบวิธีขานชื่อสมาชิกรัฐสภาว่าจะรับหลักการในวาระที่ 1 หรือไม่

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ตัวแทนของคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ยื่นเสนอหลักการเหตุผลในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ประชาชนประมาณ 7 หมื่นคนจากทุกภาคส่วนใช้เวลา 15 วันในการรวบรวมรายชื่อ หลักการในการเสนอแก้ไข คือ กำหนดให้เอารัฐธรรมนูญ 2540 มาประกาศใช้

“แม้ว่าการบริหารราชการแผ่นดินก่อนวันที่ 19 ก.ย.2549 มีข้อบกพร่องบ้างแต่ก็ไม่ได้หมายความไม่มีสิ่งดีเลย เช่น การดูแลช่วยประชาชนให้เข้าถึงทรัพยากรของประเทศ การยึดอำนาจเมื่อปี2549และมีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาเป็นการทำเผด็จการภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าควรนำรัฐธรรมนูญ 2540 ตั้งแต่หมวด 3-12กลับมาบังคับใช้” นายเมธาพันธุ์ กล่าว

จากนั้น นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ตัวแทนของผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับของส.ส.102 คน ได้เสนอหลักการและเหตุผลว่า การเสนอแก้มาตรา 190 เพื่อให้มีการกำหนดประเภทกรอบการเจรจาระหว่างประเทศแบบใดบ้างต้องผ่านรัฐสภา ไม่ใช่เอาทุกเรื่องเข้ารัฐสภาจนทำให้การเจรจาระหว่างประเทศล่าช้า ส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งเป็นแบบเขตเดียวเบอร์ก็ไม่ใช่ประโยชน์พรรคการเมือง เพราะถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเองคงจะเสนอแก้ยกเลิกการตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปแล้ว

“การเลือกส.ส.ของคนในเมืองหลวงกับชนบทมีความแตกต่าง คนเมืองหลวงต้องการส.ส.เข้าไปทำหน้าที่นิติบัญญัติ ตรงกันข้ามกับชนบทที่ต้องการเลือกส.ส.ไปทำหน้าที่ในนิติบัญญัติแล้วยังเห็นว่าส.ส.เป็นแก้วสารพัดนึก เพื่อแก้ปัญหาให้พวกเขาในฐานะที่ชนบทยังไม่มีทรัพยากรเพียบพร้อมเหมือนในเมืองหลวง เขตเลือกตั้งเล็กทำให้ประชาชนในชนบทเข้ามาถึงส.ส.ได้ง่ายกว่าเขตเลือกตั้งใหญ่” นายภารดร กล่าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรีที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ได้เสนอหลักการและเหตุผลว่า เมื่อมีเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาโดยมีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน จากนั้นได้นำเรื่องเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีจนมีข้อสรุปให้แก้ไขเพียง 2 ประเด็น คือ แก้ไขระบบการเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียวและมาตรา 190 เพราะคิดว่าไม่น่าจะกระทบกระเทือนความขัดแย้ง เป็นไปตามดำเนินการตามขั้นตอนสภาและให้ฝ่ายวิชาการมาปรับแต่งตามเหมาะสม ไม่ได้เป็นการทำเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

“การแก้ไขที่มาส.ส.ให้เป็นเขตเดียวเบอร์เดียวเพื่อให้การเลือกตั้งส.ส.เป็นไปตามหลักการบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ฝ่ายค้านถล่มรธน.50เละดันร่างหมอเหวง

เมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานการอภิปรายการร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีการประท้วงฝ่ายค้านบ้าง   โดย นายสุนัย  จุลพงศธร   ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย   กล่าวว่า  การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ของรัฐบาลไม่ใช่เพื่อประโยชน์ประชาชน   อีกทั้งช่วงเวลาการแก้ไขไม่มีความเหมาะสม เพราะอยู่ในช่วงวันใกล้วันมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  วันที่  5  ธ.ค.ดังนั้นอยากให้รัฐบาลถอนวาระนี้ออกไปก่อน หรือไม่เช่นนั้นก็ให้นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ  คณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) โดย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดงรวมกับร่างของรัฐบาลไปเลย แล้วค่อยพิจารณารายละเอียดทีหลัง

ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ที่ร่างของคปพร. เสนอนั้น เป็นร่างของประขาชนสามารถแก้ไขปัญหาการเมืองไทยได้ ตรงข้ามกับรัฐธรรมนูญ 2550ที่เป็นรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร เป็นอันตรายต่อโครงสร้างสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกับระบบตุลาการ   เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เกิดตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง กลายเป็นตำรวจการเมือง เพราะมีหน้าที่ยุบพรรคพรรคการเมืองต่างๆ   ซึ่งหากเป็นแบบนี้  ระบบตุลาการจะพังทลายได้  เพราะประชาชนจะเสื่อมศรัทธา และศาลจะติดคุกในระบบการเมือง

ทั้งนี้ในส่วนของเนื้อหาที่รัฐบาลเสนอให้แก้ไข ส่วนตัวเห็นว่า  ระบบบัญชีรายชื่อดังกล่าวจะทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อย   และการแก้ไขมาตรา 190 ก็จะทำให้ปัญหาการทำสนธิสัญญามีปัญหาเดิม คือการไม่ฟังเสียงประชาชน  ทั้งหมดเหล่านี้จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอแก้ไขไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนแม้แต่อย่างเดียว 

นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์  ส.ส. ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวนักการเมือง   และที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีพัฒนาการมาตามลำดับตั้งแต่การเสนอแผนปรองดอง  โดยการเสนอ 2 ประเด็นดังกล่าวเป็นการรับผิดชอบต่อประเทศไทย เพราะหนึ่งในทางออกสำคัญของประเทศคือการเลือกตั้ง ซึ่งต้องมีกติกาที่เหมาะสม   เพื่อให้การเมืองเดินต่อไป อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ใช่ความรับผิดชอบของรัฐบาล แต่เป็นความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภาทุกคน   อย่างไรก็ตามสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ  คปพร. สามารถเสนอเข้ามาได้แต่ต้องคิดว่าจะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ตลอดเวลาไม่ใช่กับเฉพาะรัฐบาลชุดนี้เพียงอย่างเดียว

ขณะที่นายสุรพงษ์  โตวิจักรชัยกุล  ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ตนเองเห็นด้วยกับร่างของ คปพร. และไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลทั้ง2 มาตรา รวมถึงไม่เห็นด้วยกับร่างของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วย เนื่องจากเห็นว่า ร่าง คปพร.ซึ่งเป็นภาคประชาชนกว่า 7 หมื่น เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่รัฐบาลเสนอที่มาจากการศึกษาของคณะกรรมการชุดต่างๆนั้น เป็นเพียงเพี่อการยื้อเวลาของรัฐบาลเท่านั้น และมีวาระซ่อนเร้นจำนวนมาก เพราะการแก้ประเด็นเหล่านี้นักการเมืองก็ยังได้ประโยชน์  โดยเฉพาะประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล  ที่จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน และเป็นการเปิดโอกาสให้พรรคเล็กๆ เอาชนะพรรคเพื่อไทย  

นอกจากนี้การแก้มาตรา 190 เพื่อให้ นายอภิสิทธิ์  แอบไปทำข้อตกลงกับกัมพูชา โดยที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่รู้ ทำให้ประชาธิปัตย์ไม่ต้องทะเลาะกับพันธมิตรฯ  หรือไม่เช่นนั้นอาจจะแอบไปลงนามเรื่องรถไฟฟ้าควมเร็วสูงของจีนที่มีข่าวว่ามีผลประโยชน์ตกอยู่จำนวนมาก  ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 ให้กลับไปเป็นปี 2540 อย่างแน่นอน เพราะ รัฐธรรมนูญ 2540 มีการทุจริตน้อยกว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ที่เกิดปลากระป๋องเน่า  โครงการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข   เป็นต้น

มาถึงตรงนี้ทำให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วง นายประสพสุข บุญเดช  ซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภาว่า ไม่ควบคุมการประชุม เพราะครั้งนี้เป็นการอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล   และมีการกล่าวหาคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมจำนวนมาก   อย่างไรก็ตามนายประสพสุข ยังให้นายสุรพงษ์ อภิปรายต่อไปจนจบ   ทำให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ลุกขึ้นประท้วงนายประสพสุข  โดยระบุว่า หากมีการใช้ดุลพินิจแบบนี้จะทำให้การประชุมเดินต่อไปไม่ได้

 

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69