"อัจฉริยะ"ร้อง "ตร.สอบสวนกลาง" ตรวจสอบขบวนการยักยอกยาไอซ์ของกลางกว่า200กิโล
ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมยื่นหนังสือต่อ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ตรวจสอบขบวนการยักยอกยาไอซ์ของกลางกว่า 200 กิโลกรัม
ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมยื่นหนังสือต่อ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ตรวจสอบขบวนการยักยอกยาไอซ์ของกลางกว่า 200 กิโลกรัม
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 63 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการสืบสวนขยายผลเอาผิดขบวนการยักยอกไอซ์กว่า 200 กิโลกรัม
นายอัจฉริยะ ระบุว่า สืบเนื่องจากวันที่ 10 พ.ย.62 ด.ต. สังกัด สภ.สุไหงโกลก และชุดจับกุมได้เข้าตรวจยึดไอซ์ จำนวน 90 กิโลกรัม ในรถเก๋งที่จอดซุกไว้ในป่าสวนยาง จากนั้น เมื่อวันที่ 30 พ.ย.62 ด.ต.นายนี้ได้ถูกตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จับกุมพร้อมไอซ์ 3 ขีด ขณะนำส่งให้ลูกค้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา และให้การซัดทอด ว่ามีตำรวจ สภ.สุไหงโกลก อีก 4 นาย ร่วมขบวนการยักยอกของกลางด้วย
ต่อมา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 มีคำสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงชุดจับกุม 15 นาย รวม ด.ต.นายนี้ด้วย แต่ยังไม่มีความคืบหน้าและตำรวจทั้ง 14 นาย ยังคงปฎิบัติหน้าที่ตามเดิม ยกเว้น พ.ต.ท.ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีถูกย้ายออกนอกพื้นที่เพียงนายเดียว ส่วน ด.ต. ถูกให้ออกจากราชการ
นายอัจฉริยะ กล่าวด้วยว่า ช่วงก่อนปีใหม่2563 ตำรวจ1 ในชุดจับกุมกลับใจและร้องเรียนมายังชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่าความจริงแล้ว ยาไอซ์ที่ถูกตรวจพบในรถที่ซุกไว้ในป่ายางมีจำนวน 300 กว่ากิโลกรัม แต่ถูกลอบขนออกจากจุดเกิดเหตุไปก่อน 200กิโลกรัม ไม่ใช่มีแค่ 90 กิโลกรัม ตามคำบันทึกการจับกุม จึงได้มาร้องผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง
"เรื่องนี้ทำเป็นขบวนการแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ตำรวจชุดนี้เกี่ยวข้องกับการขนไอซ์หรือเป็นเพียงผู้ยักยอกของกลาง"นายอัจฉริยะ กล่าว
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า เชื่อว่ามีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ เพราะสามารถนำของกลางจำนวนมากออกมาได้
สำหรับเส้นทางไอซ์ล็อตนี้เชื่อว่ามาจากทางภาคเหนือลำเลียงทางรถยนต์ ไปยังพื้นที่สุไหงโกลก ก่อนที่ขบวนการจะพบกับเจ้าหน้าที่ จึงทิ้งของกลางไอซ์แล้วหลบหนีเข้าป่าไป ส่วนของไอซ์กว่า 200 กิโลกรัมมีมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท


