ดูไว้เป็นเยี่ยง! สาวเมาโทรแจ้งเหตุเท็จ มีอุบัติเหตุ ตำรวจตั้งข้อหาผิดอาญา โทษทั้งจำและปรับ
ตราด-สาวเมาโทรแจ้งเหตุเท็จเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ กู้ภัยจิตอาสาไประงับเหตุเก้อ ตำรวจตามรวบตัวได้ถูกตั้งข้อหาผิดอาญา ม.384 ฐานบอกเล่าความเท็จให้คนตกใจกลัว
ตราด-สาวเมาโทรแจ้งเหตุเท็จเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ กู้ภัยจิตอาสาไประงับเหตุเก้อ ตำรวจตามรวบตัวได้ถูกตั้งข้อหาผิดอาญา ม.384 ฐานบอกเล่าความเท็จให้คนตกใจกลัว
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.63 เวลา 11.30 น. ร.ต.อ.เลิศศักดิ์ รัตนพิทักษ์ พนักงานสอบสวนสภ.แหลมงอบ จ.ตราด สอบปากคำ น.ส.รัตติยา อายุ 36 ปี หลังก่อเหตุโทรศัพท์แจ้งเหตุเท็จสมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ว่า เกิดอุบัติเหตุรถรถยนต์และรถบรรทุกชนกันหน้าโรงพยาบาลแหลมงอ ถนนสายตราด-แหลมงอบ ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด มีผู้บาดเจ็บสาหัสและติดภายในรถ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไปถึงกลับไม่พบว่ามีอุบัติเหตุขึ้น
ต่อมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ติดต่อกลับไปยังโทรศัพท์ที่แจ้งเข้ามา ปรากฎว่า เจ้าของเบอร์รับสายแต่ไม่ยอมพูด จึงพยายามโทรติดต่อกลับไปอีกหลายครั้ง แต่รับสายก็ไม่พูดอะไรกลับมาเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ไปแจ้งความ เพราะเป็นการแจ้งเหตุเท็จ และไม่มีเหตุเกิดขึ้น
กระทั่งเช้านี้ ตำรวจชุดสืบสวนสภ.แหลมงอบ สืบสวนจนทราบว่า เจ้าของเบอร์โทรศัพท์ชื่อ น.ส.รัตติยาจึงเชิญตัวมาที่สภ.แหลมงอบ มาสอบปากคำ เจ้าตัวยอมรับว่า เป็นผู้แจ้งเรื่องเท็จว่ามีอุบัติเหตุขึ้นทำไปเพราะความเมา พร้อมทั้งขอโทษอาสาสมัครกู้ภัยทุกคน
ด้านนายจิรวัฒน์ แสงจันทร์ ผู้จัดการสมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด กล่าวว่า สมาคมกู้ภัยฯ มักรับแจ้งเหตุเท็จบ่อยครั้งมีการจับตัวมาดำเนินคดีแล้วหลายราย และปีนี้ 2563 เป็นเคสแรกที่มีการแจ้งเหตุเท็จพร้อมกับติดตามตัวผู้แจ้งเหตุเท็จ มาดำเนินคดีได้ ซึ่งไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เนื่องจากอาสาทุกคนที่ออกเหตุตรวจสอบหรือเข้าช่วยเหลือต้องขับรถด้วยความเร็ว เพื่อมาถึงในที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุประสบภัย และมีความเต็มใจที่จะช่วยเหลือทุกคน และขอฝากทุกคนที่คิดจะโทรศัพท์แจ้งเหตุเท็จให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะมีความผิดตามกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ น.ส.รัตติยา ถูกตั้งข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 384 ฐานบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ


