
1 ทศวรรษ เทเลนอร์-ไทย
1 ทศวรรษ เทเลนอร์-ไทย “เชื่อว่าดีแทคจะได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล”
1 ทศวรรษ เทเลนอร์-ไทย “เชื่อว่าดีแทคจะได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล”
ครบ 10 ปีพอดีที่เทเลเนอร์ กรุ๊ป ได้เข้าลงทุนในประเทศไทยในการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ค่ายมือถืออันดับสอง ที่นอกจากจะเจอแรงกดดันด้านเม็ดเงินลงทุนที่มากกว่าจากเบอร์หนึ่งแล้ว ยังต้องสู้กับ “กำลังภายใน” ของเบอร์สามที่แรงกว่า เข้าถึงกว่า ส่งผลให้ดีแทคได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ทั้งที่อยู่ภายใต้เจ้าของสัมปทานเดียวกับทรูมูฟ
ความไม่เป็นธรรมปรากฎชัดเจนขึ้น ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ กสท โทรคมนาคม หลีกทางให้ทรูมูฟเข้าเจรจาซื้อ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์ ซึ่งอาจหมายถึงการได้สิทธิ์ครอบครองคลื่นความถี่ 10 เมกะเฮิร์ตซตามมา รวมทั้งการไฟเขียวให้ทรูมูฟทดลองให้บริการ3 จี บนคลื่นความถี่เดิม หรือ เอชเอสพีเอ กว่า 1,000 สถานี และทำเฉยเมื่อ ทรูมูฟ ลักไก่เก็บค่าบริการ ขณะที่ดีแทคได้ทดลองแค่ 36 สถานี และได้ยื่นขอเพื่อทดลองเพิ่มอีก 1,200 สถานี เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่กลับไม่ได้รับการอนุมัติ
โอกาสที่ เฟดริค เจ. บัคซอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป เดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมฉลองความสัมพันทธ์ทางธุรกิจครอบ 1ทศวรรษ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า “รู้สึกผิดหวังในระดับหนึ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะดีแทคมีความพร้อมที่จะให้บริการอยู่แล้ว แต่ถือเป็นประสบการณ์ส่วหนึ่งของการทำงาน และเชื่อว่าขณะนี้มีความพยายามที่จะให้ขั้นตอนต่างๆ มีความโปร่งใสมากขึ้น และในที่สุดดีแทคจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม”
แม้บัคซอสจะบอกว่า การเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าของวันที่ 19 พ.ย. จะพูดคุยกันเฉพาะเรื่องการผลักดัน 3 จีให้เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเร็ว แต่การเข้าพบครั้งนี้ มี นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระเทรวง?คโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที และ นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ เข้าร่วมด้วย และการเจรจานอกรอบนั้น ทางกสทฯ ให้สัญญากับเทเลนอร์ว่าจะนำเรื่องนี้ให้บอร์ดพิจารณาโดยเร็วที่สุด
“นายกรัฐมนตรีได้อธิบายให้เข้าถึงโครงสร้างทางสัญญาสัมปทานที่ซับซ้อน ชนิดที่ว่าทางเทเลเนอร์เองก็ต้องง ที่ทำให้ผู้ให้บริการแต่ละรายได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน และเหตุใด 3 จีในเมืองไทยจึงยังไม่เกิด แต่ก็รับปากว่าจะพยายามเร่งผลักดันให้เร็วที่สุด” บัคซอสกล่าว
ทั้งนี้ เขามองว่าบริการเอชเอสพีเอคือโซลูชั่นที่เหมาะกับช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่เหมาะกับระยะยาวที่สุด คือใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี ภายใต้การแข่งขันที่ไร้สัมปทาน ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะมี 3 จีอย่างจริงจัง เพราะ 3 จี ไม่ใช่หมายถึงอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่เติบโตขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการที่ประชาชนทั้งประเทศจะมีโอกาสได้เข้าถึงการเชื่อมต่ออินเทอรืเน็ตไร้สาย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลกัดันให้เศรษฐกิจและจีดีพของประเทศเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน
บัคซอส กล่าวว่า หากปีหน้าประเทศไทยยังไม่มี 3 จี ก็จะทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมในปีหน้าเติบโตช้าลง รวมทั้งจะเห็นเม็ดเงินลงทุนจากเทเลนอร์น้อยลงกว่าปีนี้อย่างแน่นอน เพราะ 3 จีถือเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศและทเลเนอร์ให้ความสำคัญมาก
ดังนั้น รัฐบาลควรพยายามทุกวิถีทางและมีแนวทางที่ชัดเจนที่จะผลักดันให้ 3 จี เกิดขึ้นให้ได้ เพราะ 3 จี เป็นเรื่องของโครงสร้างที่รัฐบาลจะต้องสนับสนุนเต็มที่ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปได้ไกลกว่านี้
อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินลงทุนที่น้อยลงปีหน้านั้นไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนดีแทคน้อยลง และไม่ได้หมายถึงว่าตลาด โทรศัพท์มือถือจะไร้สีสัน เพราะกิจกรรมทางการตลาดและการพัฒนาบริการต่างๆบนเทคโนโลยีเอดจ์ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อให้ดีแทคมีบริการที่ดีและตอบความต้องการของลูกค้าได้เหมือนที่ดีแทคเคยเป็นมา







