
รวบฝรั่งสหรัฐหลอกโกงเงินซื้อหุ้น
ตำรวจจับฝรั่งสหรัฐหลอกโกงเงินซื้อหุ้นตามหมายจับเอฟบีไอ หลังหนีกบดานในไทย
ตำรวจจับฝรั่งสหรัฐหลอกโกงเงินซื้อหุ้นตามหมายจับเอฟบีไอ หลังหนีกบดานในไทย
วันนี้ (17 พ.ย.) พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม.เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสตม.นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายเดวิท เบนซ์ เฮดดิงตัน อายุ 48 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินโดยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถจับกุมได้บริเวณริมถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.
พล.ต.ต.มนู กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ทางการสหรัฐอเมริกา ประสานข้อมูลมายังศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามแดน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยขอความร่วมมือให้ช่วยติดตามจับกุมนายเดวิท เบนซ์ เฮดดิงตัน ผู้ต้องหาตามหมายจับของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินโดยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ผู้ต้องหามีพฤติกรรมเชิญชวนให้เหยื่อเข้ามาทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยอ้างว่ามีผู้ซื้อให้ราคาสูงกว่าราคาในตลาดหลักทรัพย์ หรือมีหุ้นวอร์แลนซ์(หุ้นจอง)ที่มีผลตอบแทนสูง เมื่อเหยื่อตกลงซื้อขายและโอนเงินมา ก็จะหลบหนีและขาดการติดต่อ โดยที่ความจริงไม่มีการซื้อขายหุ้นดังกล่าวในตลาดหลักทรัพย์เลย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 270 ล้านบาท ซึ่งการข่าวล่าสุดของเอฟบีไอพบว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบซ่อนตัวอยู่ภายในประเทศไทย
พล.ต.ต.มนู กล่าวต่อว่า หลังได้รับการประสานข้อมูลดังกล่าว พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนหาข่าวเพื่อติดตามจับกุมตัว กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นให้การรับสารภาพหลบหนีเข้าประเทศไทยมา 5 ปีแล้ว โดยจะตระเวนเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุม จากการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง พบว่าอยู่ในประเทศไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด จึงควบคุมตัวดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
วันเดียวกัน พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.1 บก.สส.สตม. นำกำลังเข้าจับกุมนายคาร์ล เฟรดริค ลันด์เกรน อายุ 41 ปี สัญชาติสวีเดน ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงภาษี โดยสามารถจับกุมได้ภายในบริษัทโกลด์ ดิกเกอร์ จำกัด เลขที่ 1/2 หมู่ 2 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เบื้องต้นให้การรับสารภาพ ก่อเหตุฉ้อโกงภาษีต่อเนื่องกันกว่า 100 ครั้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 400 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงเพิกถอนใบอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร พร้อมควบคุมตัวส่งสถานเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป







