
"หมอวรงค์" ชี้นักการเมืองแทรกแซงการพิจารณาคดีของตุลาการ
หมอวรงค์ปูด "นักการเมือง" เข้าไปแทรกแซงการพิจารณาคดีของตุลาการ ระบุ "องค์กรศาล" ตกเป็นเป้าหมายของการทำลาย
หมอวรงค์ปูด "นักการเมือง" เข้าไปแทรกแซงการพิจารณาคดีของตุลาการ ระบุ "องค์กรศาล" ตกเป็นเป้าหมายของการทำลาย
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุหัวข้อว่า "เมื่อศาลถูกพายุกระหน่ำ" โดยมีเนื้อหาดังนี้
องค์กรศาลคือเป้าหมายของการทำลาย แต่หลายคนคงคิดไม่ถึงว่า จะเป็นแผนการร่วมมือจากคนในของศาล กับนักการเมืองที่จ้องทำลาย
นักการเมืองดังกล่าวเคยโพสต์เฟส ว่าได้รับข้อมูลจากผู้พิพากษาและจากฝั่งจำเลย ก่อนที่จะแก้ข้อมูลจากฝั่งจำเลย เป็นข้อมูลจากผู้หวังดี เพราะหมิ่นเหม่ผิดกฏหมาย และยืนยันว่าจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวที่ได้รับจากทั้งสองฝ่าย สะท้อนว่าพวกเขาทำงานร่วมกัน มาร่วม 1 เดือน
ที่สำคัญคดีของหัวหน้าพรรค ของนักการเมืองคนนี้ ใกล้ๆที่จะตัดสิน และผู้พิพากษาดังกล่าว เคยไปร่วมโพสต์ความเห็นต่อประเด็น ถ้านาทอน Endgame ต้องติดคุก? ว่า "ผมจะทำ,ช่วยอีกแรงครับ"
สิ่งที่ควรต้องคิดคือ
1.ระบอบประชาธิปไตยประกอบด้วยฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ด้วยหลักการ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องตรวจสอบฝ่ายบริหาร ไม่ใช่มาตรวจสอบการพิจารณาคดีของตุลาการ เพราะตุลาการเขามีระบบตรวจสอบกันเอง
2.สิ่งที่เกิดขึ้น นักการเมืองได้เข้าไปแทรกแซงการพิจารณาคดีของตุลาการ ชนิดที่นักการเมืองรับรู้ข้อมูลจากจำเลย และตุลาการ การกระทำดังกล่าวเท่ากับกำลังทำลายระบบของตุลาการ
3.เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล ที่ทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดี ไม่ใช่ระบบตุลาการทั้งหมด บางคนมีจิตใจฝักใฝ่การเมือง และก็มีนักการเมืองฉวยโอกาสลูกเข้าเท้าเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ ของระบบตุลาการเพราะคดีของหัวหน้าพรรคตนเองใกล้ตัดสิน แต่โชคร้ายที่ความจริงถูกตีแผ่
4.ฝ่ายตุลาการต้องตระหนักว่าเป็นเป้าจ้องทำลาย การดำเนินคดีทุกอย่าง รวมทั้งระบบตรวจสอบกันเองต้องโปร่งใสและอธิบายได้
ท้ายที่สุดนี้ สังคมไทยต้องช่วยกันให้สามเสาของระบอบประชาธิปไตย ทำหน้าที่ของตนเอง และช่วยกันปกป้องเสาตุลาการ ไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาแทรกแซง เป็นเสาหลักของประเทศ ถ้าปล่อยให้ฝ่ายการเมืองโหมกระหน่ำจนหมดความเชื่อถือ ประเทศไทยของเราจะเดินต่อไม่ได้เลย







