"วิษณุ"ป้อง "บิ๊กตู่"ไม่เคยหนีสภา ยังไร้แผนแก้รธน.
รองนายกฯวิษณุ ป้อง นายกฯ ไม่เคยหนีสภา เชื่อไปตอบปมถวายสัตย์แน่ เผย รัฐบาลยังไม่มีแผนแก้รัฐธรรมนูญ ต้องทำเรื่องอื่นให้เป็นรูปธรรมก่อน
รองนายกฯวิษณุ ป้อง นายกฯ ไม่เคยหนีสภา เชื่อไปตอบปมถวายสัตย์แน่ เผย รัฐบาลยังไม่มีแผนแก้รัฐธรรมนูญ ต้องทำเรื่องอื่นให้เป็นรูปธรรมก่อน
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หนีสภา ซึ่งข้อเท็จจริงคล้ายจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ เพราะฝ่ายค้านเพียงเตรียมยื่นตั้งกระทู้ถามนายกฯ และสอบถามมาด้วยวาจาหรือทางโทรศัพท์ จากนั้นเมื่อพบว่านายกฯ ติดภารกิจ ไม่สามารถเดินทางไปชี้แจงต่อสภาได้ ทำให้ฝ่ายค้านถอนกระทู้ไป นั่นเท่ากับว่า 1.สภายังไม่เคยแจ้งให้ไปตอบอย่างเป็นทางการ 2.ฝ่ายค้านถอนกระทู้ เพราะกลัวกระทู้สดตกไป อย่างไรก็ตาม หากในสัปดาห์ต่อไปทางสภาแจ้งมาอย่างเป็นทางการ ว่าจะมีการตั้งกระทู้ถามนายกฯก็จะมีการตอบกลับไปอย่างเป็นทางการ ว่าจะไปหรือไม่ หากไม่ไป แล้วจะไปเมื่อใด เพราะเมื่อมีการถามมาอย่างเป็นทางการ ก็จะต้องตอบกลับอย่างเป็นทางการ
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อมีการยื่นอภิปรายนายกฯ ตามมาตรา 152 และมีการตั้งกระทู้ถามสด ดังนั้น ก็จะต้องเลือกว่าจะไปตอบกระทู้หรือตอบอภิปรายตามมาตรา 152 ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว หากไม่ไปตอบการอภิปรายจะมีความผิด จึงต้องเลือกไปตอบอภิปราย ยืนยันจะต้องมีคนไปตอบแน่นอน อยู่ที่ว่าจะเป็นใคร ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ระบุแล้วว่าตัวเองเป็นหนึ่งใน ครม.จะปล่อยให้ ครม.รับผิดชอบเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะนายกฯ นั้นทราบสถานการณ์ดี จึงควรจะต้องไป และไม่เคยมีใครพูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ไปตอบด้วยตัวเอง เพียงแต่ตอนนี้กำลังดูการประสานงานกันให้ชัดเจนเท่านั้น
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลจะพิจารณาว่ารับเรื่องหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการไม่รับเรื่อง แต่ถ้ารับไว้จะเป็นการดี โดยเมื่อศาลรับแล้วจะส่งมาให้รัฐบาลเป็นผู้ชี้แจงโดยให้กรอบเวลาไว้ เช่น การให้ชี้แจงความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ซึ่งให้เวลามา 15 วัน รัฐบาลก็ตอบในเวลาดังกล่าว จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ก็แล้วแต่ศาลว่าจะใช้เวลาเมื่อไร
เมื่อถามว่า กรอบเวลาอาจจะเป็น 1-2 เดือนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตอบไม่ถูก แต่เป็นไปได้ เพราะกระบวนการในชั้นศาลเราไม่สามารถกำหนดเวลาได้ เช่น กรณีความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มั่นใจว่าเขายื่นไปเมื่อไหร่ แต่ทราบจากข่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 18 ก.ย.นี้ และการพิจารณาของศาลไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการทำงานของรัฐบาล เพราะตั้งแต่มีการยื่นเรื่องความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลก็ทำงานปกติ แม้แต่มีข่าวเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ รัฐบาลก็ทำงานได้ปกติ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล
เมื่อถามอีกว่า หลังจากพิธีรับพระราชทานพระราชดำรัส และลายพระราชหัตถ์ ทำให้การทำงานของรัฐบาลคล่องตัวและสบายใจขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่ตอบ ไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณมา แน่นอนโดยส่วนตัวของรัฐมนตรีทั้ง 36 คน ก็เกิดพลังและกำลังใจ เกิดความมั่นใจ ส่วนรัฐบาลมั่นใจเช่นนี้ จะส่งผลต่อการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้านหรือไม่นั้น ถือเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน และไม่ทราบว่าเขาจะถอนญัตติหรือไม่
นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีฝ่ายยื่นญัตติขอตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของรัฐบาลนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันทั้งในวิปและในส่วนรัฐบาล เพราะอาจยังไม่ใช่จังหวะเวลานี้ และเวลานี้ฝ่ายค้านยังคิดไล่รัฐบาลอยู่ จะให้ไปคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างไร และรัฐบาลเห็นว่ามีปัญหาอื่นที่ควรเร่งแก้ไขมากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ความจริงจะทำพร้อมกันได้ แต่คิดว่าต้องแก้ไขปัญหาต่างๆให้เป็นรูปธรรมก่อน โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังทำงานอย่างตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต และรัฐบาลกำลังใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยล้วนเป็นเรื่องสำคัญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเดินหน้าไม่ยาก แต่อยู่ที่ว่าจะแก้ไขประเด็นใด ซึ่งต้องใช้เวลาถกเถียงกันพอสมควร


