posttoday
ชูวิทย์ สอนมวยฝ่ายค้านแนะ 3 กลยุทธ์ล้มรัฐบาล

ชูวิทย์ สอนมวยฝ่ายค้านแนะ 3 กลยุทธ์ล้มรัฐบาล

28 กรกฎาคม 2562

ชูวิทย์ แนะ 3 กลยุทธ์ล้มรัฐบาลชี้ของยิ่งแรงรัฐบาลยิ่งพัง ยกตัวอย่างผลงานแฉบ่อนกลางเมือง

ชูวิทย์ แนะ 3 กลยุทธ์ล้มรัฐบาลชี้ของยิ่งแรงรัฐบาลยิ่งพัง ยกตัวอย่างผลงานแฉบ่อนกลางเมือง

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. มีรายงานว่าวานนี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึง กลยุทธ์ล้มรัฐบาล ว่า การอภิปรายที่สภาวันก่อนไม่ได้มีอะไรใหม่ หาสาระที่ประชาชนจับต้องไม่ได้ ยังคงเป็นการสะกิดอดีต ตอบโต้ ประท้วง ยั่วยุให้โมโห ใช้ลีลาประกอบ แล้วหาช่องทิ่มแทง เป็นเรื่องปกติที่ทุกสมัยทำกัน

หากคิดจะเล่นของแรงเขย่ารัฐบาลได้ ต้องมีข้อมูลลับ ชนิดชาวบ้านอ้าปากค้าง ต้องให้สังคมเชื่อฝ่ายค้านมากกว่ารัฐบาล ตอนนี้เรียกว่าแค่ประลองกำลังหยั่งเชิงกันเฉยๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่ จึงขอแนะนำ จากอดีตฝ่ายค้านที่เคยอภิปรายวันแถลงนโยบายจนรัฐบาลจุกอก ดังนี้

1.หลักฐานเด็ด ที่ข้าราชการประจำต้องให้ความร่วมมือ (เป้าหมาย)

2.ประเด็นที่กระทบจิตใจของสังคม ทำให้สาธารณชนตระหนัก (หัวใจ)

3.ผู้นำเสนอ ต้องมีแรงกระตุกที่รุนแรงด้วยลูกล่อลูกชนที่ครบเครื่อง (เครื่องมือ)

นายชูวิทย์ ระบุอีกว่า ทั้งสามอย่างต้องประกอบกันด้วยสัดส่วนที่ลงตัวคือแรงสั่นสะเทือนที่หัวหน้ารัฐบาลต้องระวังตัว ยิ่งระวังมาก โอกาสที่ลิ่วล้อจะทำพลาดก็ยิ่งมาก ตามประสาการเมืองไทย

ในอดีตวันอภิปรายนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผมได้นำเสนอเรื่องบ่อนการพนันใหญ่ใจกลางถนนรัชดาภิเษก มีคนเข้าไปเล่นวันหนึ่งๆ เกือบพันคนไม่ต่างจากมาเก๊า โต๊ะพนันเรียงกันเป็นตับ ทั้งบาคาร่า ไฮโล ตู้สล็อต โดยมีหลักฐานเด็ดเป็นคลิปวิดีโอชัดเจน ตรงเป้าหมายตามข้อที่ 1

เพื่อทำให้เห็นว่า ตำรวจดูแลไม่ทั่วถึง หรือมีไฟเขียวให้เปิดได้

แม้มีคนเตือนผมว่าที่นี่ของแรง อย่าบังอาจไปแตะ แต่ผมไม่เชื่อ มั่นใจว่าเป็นพวกแอบอ้างมากกว่า จึงต้องลองของ เพราะของยิ่งแรง รัฐบาลยิ่งพัง จึงส่งสายลับกล้าตายแฝงตัวไปถ่ายคลิปเป็นหลักฐาน

แต่ผมขาดความร่วมมือจากข้าราชการประจำ (แน่นอนว่าหากตำรวจดีๆ ในยุคนั้นให้ความร่วมมือ หรือหากยุคนี้มีทหาร หน่วยราชการอื่นๆ ดีๆ ช่วย ผลออกมาต้องพังมากกว่านี้หลายเท่าทวีคูณ)

หลังจากผมอภิปรายเสร็จ ด้วยความเอื่อยเฉื่อย ล่าช้า โยกโย้อยู่ 3 วัน หลักฐานขนาดบ่อนทั้งบ่อน จึงไปกับขบวนรถสิบล้อที่ขนอุปกรณ์หนีทั้งคืน จนหายวับไปกับตา

เป้าหมายของผมตามข้อ 1 จึงได้ผลเพียง 50%

แต่ในข้อ 2 ผมได้ 100% แน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อสังคม บ่อนการพนันเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเห็นได้ด้วยตาเปล่า แสดงให้เห็นถึงการทุจริตคอรัปชั่นของข้าราชการ อันถือว่าเป็นหัวใจให้ประชาชนได้รับรู้

ส่วนเครื่องมือในข้อ 3 ประกอบด้วยตัวผม ลีลานำเสนอ และจังหวะจะโคน อันทำให้ครั้งนั้นผมได้คะแนนความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อสาธารณะเกือบเต็ม 100%

นายชูวิทย์ ระต่ออีกว่า ทำไมคนถึงเชื่อผมมากกว่ารัฐบาล?

แค่ฝ่ายค้านที่กล้าเพียงคนเดียว เชื่อเถอะครับ ว่าสามารถล้มรัฐบาลได้ แต่ฝ่ายค้านคนนั้นต้องมี 3 อย่างประกอบกันถึงจะถล่มรัฐบาลได้ไม่ว่าเรื่องไหน ไม่มี 3 อย่างนี้ ก็ยากที่จะคิดไปล้มตอ หากจะไปเอาเรื่องที่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว มันไม่มีแรงกระเพื่อมแต่อย่างใด

เมื่อมวลชนไม่มี นักการเมืองพูดไปก็ไร้ความหมาย เหมือนคนดูมวย ชกไม่สนุก ไม่ต้องลุ้นตอนจบก็รู้อยู่แล้วว่าใครชนะ แต่หากขยันปล่อยหมัด แม้ว่าแพ้คะแนน แต่ชนะใจคนดู ครั้งหน้ารัฐบาลยิ่งกลัว รอจังหวะเผลอวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลไม่ล้ม แต่หมดความน่าเชื่อถือ รอนับวันเลือกตั้งใหม่"

ข่าวล่าสุด

ฝ่ายค้านจัดเวที ‘เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2’ จี้ส่งคดีถึงศาล

ฝ่ายค้านจัดเวที ‘เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2’ จี้ส่งคดีถึงศาล