
คลังชง ครม. 29 ก.ย. เติมสภาพคล่อง กยศ. 1,200 ล้าน อุ้ม นศ. 1.4 หมื่นราย
กยศ.เร่งเติมสภาพคล่อง หลังยอดผู้กู้ปี 2569 พุ่ง 789,000 ราย จ่อชง ครม.29 ก.ย. ขอใช้งบกลาง 1,200 ล้านบาท ช่วย 14,004 รายรอเงินกู้ พร้อมทบทวนเกณฑ์กู้
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 ก.ย. เพื่อขออนุมัติงบกลางวงเงิน 1,200 ล้านบาท
- เงินจำนวนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่มีผู้ขอกู้ยืมเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- หาก ครม. อนุมัติ กยศ. จะสามารถนำเงินไปโอนเป็นค่าเล่าเรียนให้กับนักเรียนนักศึกษาที่รอรับเงินกู้ได้ทันที
ปัญหาเงินหมุนเวียนของ กยศ.กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังความต้องการกู้เพื่อการศึกษาปีนี้เพิ่มขึ้นจนแตะระดับสูงสุด สะท้อนแรงกดดันที่กองทุนต้องบริหารทั้งภาระปล่อยกู้และเงินที่ไหลกลับจากผู้กู้เดิม
ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 ก.ย. 2569 ขอใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2569 วงเงิน 1,200 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
เงินก้อนดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้การปล่อยกู้ในช่วงรอยต่อปีงบประมาณเดินหน้าต่อได้ โดยหาก ครม.อนุมัติ กยศ.สามารถนำเงินไปโอนค่าเล่าเรียนให้กับนักศึกษาที่ผ่านการพิจารณาและอยู่ระหว่างรอเงินกู้ได้ทันที
ปัจจุบันมีนักศึกษา 14,004 รายที่รอการอนุมัติและจัดสรรเงิน ขณะที่อีกประมาณ 60,000 รายอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา โดยปีการศึกษา 2569 มีผู้ยื่นกู้รวมประมาณ 789,000 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดที่ กยศ.เคยรองรับ
“เมื่อ ครม.อนุมัติ กยศ.สามารถโอนเงินค่าเทอมให้กับนักศึกษาที่รอการอนุมัติได้ เพื่อไม่ให้นักศึกษาเสียโอกาสทางการศึกษา นักศึกษา 14,004 คนมีเงินเรียนแน่นอน ส่วนอีก 60,000 คนอยู่ระหว่างการพิจารณา”
เงินกู้เพิ่ม แต่เงินหมุนต้องพอ
เดิม กยศ.กำหนดกรอบการให้กู้ปีการศึกษา 2569 ไว้กว่า 48,000 ล้านบาท รองรับผู้กู้ประมาณ 780,000 ราย แต่จำนวนผู้ต้องการกู้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องขยับกรอบการช่วยเหลือ และต้องบริหารสภาพคล่องอย่างใกล้ชิด
สำหรับปีงบประมาณ 2570 กยศ.ได้รับงบประมาณสมทบ 9,000 ล้านบาทแล้ว ขณะที่เงินกลาง 1,200 ล้านบาทที่เตรียมเสนอ ครม. จะเข้ามาช่วยเสริมเงินหมุนเวียนในช่วงรอยต่อ เพื่อไม่ให้การปล่อยกู้สะดุด
นายภราดรย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือไม่ให้นักเรียนและนักศึกษาต้องออกจากระบบการศึกษาเพราะขาดแคลนเงินทุน พร้อมระบุว่าเด็กที่มีความจำเป็นต้องได้รับโอกาสทางการศึกษา ขณะเดียวกันต้องป้องกันการขอกู้ที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์หรือการทุจริตจากการใช้เงินกองทุน
จ่อรื้อเกณฑ์ ใครจำเป็นได้ก่อน
นอกจากการเติมเงินแล้ว กยศ.เตรียมทบทวนหลักเกณฑ์การให้กู้ เพื่อจัดลำดับความสำคัญให้เงินกองทุนไปถึงผู้ที่มีความจำเป็นจริงมากขึ้น
เบื้องต้นครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี ยังสามารถยื่นกู้ตามเกณฑ์ ขณะที่กลุ่มที่มีรายได้สูงกว่าเกณฑ์จะต้องพิจารณาความจำเป็นควบคู่กัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้มีรายได้น้อยและขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงเงินกู้ก่อน
กยศ.ได้เริ่มใช้ระบบ Pre-Approve เพื่อคัดกรองคุณสมบัติผู้กู้รายใหม่ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลรายได้และการมีงานทำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับระบบคัดกรองในปีการศึกษา 2569
เร่งดึงหนี้ก้อนเล็กกลับเข้ากองทุน
อีกด้านที่ กยศ.ต้องเร่งจัดการคือเงินที่ผู้กู้รุ่นก่อนต้องชำระคืน เพราะ กยศ.เป็นกองทุนหมุนเวียน เงินที่ได้รับคืนจะถูกนำไปปล่อยกู้ให้กับนักเรียนและนักศึกษารุ่นใหม่
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานกรรมการ กยศ. ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้กู้ที่เรียนจบและทำงานแล้วประมาณ 400,000-500,000 ราย ซึ่งบางรายมียอดค้างชำระไม่สูง เหลือเพียงหลักร้อยบาท หากเร่งติดตามและปิดบัญชีได้ จะช่วยนำเงินกลับเข้ากองทุนได้ประมาณ 1,290 ล้านบาท
ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 กยศ.มีบัญชีผู้กู้สะสมกว่า 7.43 ล้านบัญชี แบ่งเป็นบัญชีที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.84 ล้านบัญชี และชำระหนี้เสร็จแล้วกว่า 2.10 ล้านบัญชี
ขณะเดียวกัน กยศ.ได้ขยายระบบหักเงินเดือนผ่าน e-PaySLF ไปยังนายจ้างรายใหม่กว่า 5,600 แห่งตั้งแต่เดือน ก.ค. 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับชำระหนี้
หารือมหาวิทยาลัยคุมค่าเทอม
นายวินิจกล่าวด้วยว่า ในเร็ว ๆ นี้จะหารือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดค่าเล่าเรียน หลังพบว่ามีการปรับขั้นค่าเทอมขึ้นแล้ว โดยต้องการให้การกำหนดค่าใช้จ่ายมีความเหมาะสมและเกิดความเป็นธรรมกับนักศึกษา
นางสาวพิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ผู้จัดการกองทุน กยศ. ระบุว่า ปีนี้มีผู้ได้รับเงินกู้ประมาณ 790,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของกองทุน ขณะที่รายรับจากการชำระหนี้และงบประมาณสมทบรวมอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าโจทย์ของ กยศ.ไม่ได้อยู่ที่การหาเงินมาเติมเพียงครั้งเดียว แต่ต้องรักษาสมดุลระหว่างจำนวนผู้กู้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นกับเงินที่ไหลกลับจากผู้กู้รุ่นก่อน
กยศ.ระบุว่า ในกลุ่มผู้กู้รุ่นพี่ทุก 5 คน มีผู้ชำระหนี้ตามปกติ 2 คน ขณะที่อีก 3 คนเป็นหนี้เสีย ทำให้การบริหารเงินหมุนเวียนยังเป็นโจทย์สำคัญของกองทุน
ดังนั้น เงิน 1,200 ล้านบาทที่จะเสนอ ครม.วันที่ 29 ก.ย. จึงเป็นมาตรการแก้ปัญหาสภาพคล่องในระยะสั้น ขณะที่ระยะต่อไป กยศ.ต้องเดินหน้าทั้งการปรับเกณฑ์คัดกรองผู้กู้ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงเร่งนำเงินจากลูกหนี้กลับเข้ากองทุน เพื่อรองรับความต้องการกู้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี







