posttoday
โอบามากับเสียงที่ไม่มีใครได้ยินใน จี20

โอบามากับเสียงที่ไม่มีใครได้ยินใน จี20

12 พฤศจิกายน 2553

เค้าลางแห่งความดุเดือดและการฟาดฟัน เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศตนเอง ในเวทีการประชุม จี20 นั้น มีความชัดเจนและเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ตั้งแต่ก่อนการประชุมจะเปิดฉากเป็นเดือนๆ

เค้าลางแห่งความดุเดือดและการฟาดฟัน เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศตนเอง ในเวทีการประชุม จี20 นั้น มีความชัดเจนและเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ตั้งแต่ก่อนการประชุมจะเปิดฉากเป็นเดือนๆ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

โอบามากับเสียงที่ไม่มีใครได้ยินใน จี20

เค้าลางแห่งความดุเดือดและการฟาดฟัน เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศตนเอง ในเวทีการประชุม จี20 นั้น มีความชัดเจนและเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ตั้งแต่ก่อนการประชุมจะเปิดฉากเป็นเดือนๆ

เลือนภาพเริ่มต้นที่เวทีนี้เคยมุ่งสร้างความร่วมมือ สร้างความเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปถนัดตา

ย้อนไปเมื่อราว 23 เดือนก่อนหน้านี้ จีนถูกต้อนให้จนมุม ในฐานะจำเลยหลักหนึ่งเดียวในเวทีนี้ เนื่องด้วยนโยบายการตรึงค่าเงินหยวน ซึ่งหลายประเทศมองว่า นโยบายดังกล่าวยังผลให้จีนได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า จนกลายเป็นตัวป่วนที่สร้างภาวะความไม่สมดุลทางการค้าโลก

ตัวเลขการค้าของสหรัฐในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนราว 2.78 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

กระทั่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โผล่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอก 2 อัดฉีดเงินจำนวน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐเข้าสู่ระบบ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตภายในประเทศ

ทุกอย่างกลับตาลปัตร

กระแสตอบรับจากการเคลื่อนไหวของเฟด ทำให้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ตบเท้าสร้างสถิติใหม่โดยพร้อมเพรียงกัน เป็นการบอกศักยภาพและอิทธิพลของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า จะก่อผลตามมามากมายเพียงใด

สอดรับด้วยเสียงในเชิงลบจากทั่วทุกสารทิศ จากซาราห์ พาลิน และพอล ครุกแมน ต่อแถวตามเป็นขบวนยาวจากรัฐมนตรีคลังอีกเกือบครึ่งโลก ต่างกันก็เพียงจะกระทบกระแทก ย้ำเตือน หรือแนะนำในดีกรีความเชื่อมั่นที่มีให้กับสหรัฐแตกต่างกันออกไป

นั่นจึงเป็นต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ต้องเขียนจดหมายส่งไปยังผู้นำคนอื่นๆ ที่จะเข้าร่วมการประชุม จี20 โดยมีใจความปกป้องการตัดสินของเฟด ด้วยการยกเหตุผลว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อภาวะเศรษฐกิจโลก แม้ว่าเศรษฐกิจโลกไม่ควรต้องพึ่งพาตัวเลขการบริโภคของสหรัฐเป็นหลักก็ตาม

เมื่อพิจารณาถึงคำพูดของผู้นำสหรัฐครั้งนี้แล้ว จะมองเห็นมุมมองแยกย่อยออกได้ 23 เรื่อง

ประการแรก วาทะของโอบามาครั้งนี้ เป็นความพยายามอีกครั้งของผู้นำสหรัฐที่จะทำหน้าที่เยี่ยง “ผู้สร้างความสันติ” ลดดีกรีความตึงเครียดเรื่องค่าเงิน ปลอบประโลมบรรดาผู้นำให้เวทีแห่งนี้ไม่ร้อนแรงและฟาดฟันกันจนเกินไป

ทว่า ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

แม้จะเป็นบทถนัดของผู้นำสหรัฐ แต่ความหวังว่าเสียงนี้จะว่าช่วยบรรเทาความร้อนแรงคงไร้ผล เพราะนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐนั่นเอง

เวลานี้นโยบายการเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐกลบบทบาทและเสียงของโอบามาสิ้น

ในการประชุมระดับผู้นำที่เปิดฉากขึ้น ทำให้มองได้ว่าสถานะของสหรัฐก็ไม่ต่างจากจีนในช่วงก่อนหน้านี้

โอบามาต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ ด้วยข้อหาสร้างความปั่นป่วน บิดเบือนค่าเงิน

แทบไม่จำเป็นต้องหวังว่า เป้าหมายที่โอบามาผลักดันมาตลอดมาว่าจะใช้เวทีนี้กดดันจีนเรื่องค่าเงินจะมีผลเป็นกอบเป็นกำ

ประการที่สอง ข้อความของโอบามานำมาสู่คำถามที่ตามมาว่า เศรษฐกิจโลกยังคงต้องพึ่งพา และรอการฟื้นตัวของสหรัฐจริงหรือ

แม้คำตอบที่ได้จะเป็นเสียงที่พร้อมเพรียงกันว่า “จริง” ทว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องสหรัฐต้องพึงระวังก็คือ เศรษฐกิจโลกไม่ได้มีสหรัฐเป็นเสาหลักหนึ่งเดียวอีกต่อไปแล้ว

ม้ารองอย่างจีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล กำลังมีบทเด่นในเวทีเศรษฐกิจอย่างชัดเจน

ในช่วงที่สหรัฐตกอยู่ในภาวะทุลักทุเลด้วยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ซึ่งอยู่ราว 2.7% แต่ประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศเล็กๆ ในเอเชีย และละตินอเมริกา ส่วนใหญ่ล้วนเดินหน้าอยู่ที่ราว 7% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ อย่างไม่จำเป็นต้องรอให้สหรัฐกระเตื้อง หรือไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพิงการอุ้มชูของสหรัฐ

พร้อมกับเสียงที่เริ่มดังขึ้นว่า จีนซึ่งก้าวแซงหน้าญี่ปุ่นมาแล้ว มีโอกาสเทียบชั้นสหรัฐได้ในอีก 1015 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน

เมื่อไม่นานมานี้ เวิลด์แบงก์ออกปรับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนขึ้น ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ตรงที่เวิลด์แบงก์ปรับตัวเลขขึ้นอีกเท่าไหร่ แต่ความสำคัญอยู่ตรงที่เหตุผล ซึ่งน่าประทับใจยิ่งว่า นโยบายในการลดการพึ่งพาการค้า และการลงทุนจากต่างชาติของจีนนั้นเดินมาถูกทาง

ชัดเจนมากคือ การเดินทางมายังเอเชียครั้งนี้ โอบามาก็หวังพึ่งพาการเจรจาทางธุรกิจกับอินเดียมูลค่าราว 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ยังไม่รวมถึงที่นั่งในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ยุโรปจะสละที่นั่งให้กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

ประการที่สาม จดหมายของโอบามาฉบับนี้ย้ำให้เห็นถึงเป้าหมายและจุดยืนของสหรัฐในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ว่า โอบามากระตือรือร้นจะหาทางออกจากภาวะทุลักทุเลอย่างที่เป็นอยู่ และหวังจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกในระยะยาวด้วยการผุด “ใบสั่ง” ทางนโยบาย ผลักดันให้ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ ยื่นต่อที่ประชุม จี20 กำหนดให้แต่ละประเทศให้คำมั่นว่า จะจำกัดตัวเลขเกินดุล หรือตัวเลขขาดดุลไม่ให้ล้นเกินกว่า 4% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

จีนและเยอรมนีเป็นสองประเทศยักษ์ทางเศรษฐกิจที่ถูกครอบด้วยมาตรการดังกล่าว แต่ขณะนี้เมื่อภาวะและสถานการณ์กลับตาลปัตร เสียงของสหรัฐในเวที จี20 ครั้งนี้ คงไม่สามารถซื้อใจ และไร้เสียงตอบรับจากเยอรมนี

ดูเหมือนว่า เวลานี้ภาวะเศรษฐกิจมีภาพไม่ต่างท้องทะเลที่เต็มไปด้วยคลื่นลมแรง ทุกประเทศไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ย่อมได้รับผลจากความผันผวนเหล่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69