
ผลผ่าซากวาฬใหญ่กลางอ่าวท่าชนะพบรอยช้ำที่ลำตัวและหาง
สุราษฎรธานี-สัตวแพทย์ผ่าพบซากวาฬใหญ่พบรอยช้ำที่ลำตัวและหางตั้งสาเหตุการตาย3ประเด็นอธิบดีทช.สั่งแจ้งความหาผู้กระทำผิ
สุราษฎรธานี-สัตวแพทย์ผ่าพบซากวาฬใหญ่พบรอยช้ำที่ลำตัวและหางตั้งสาเหตุการตาย3ประเด็นอธิบดีทช.สั่งแจ้งความหาผู้กระทำผิด
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่บริเวณหาดสวนสน บ้านท่ากระจาย หมู่ที่ 1 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.วัชรา สากรวิมล สัตวแพทย์ปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายของ ซากวาฬบรูด้า เพศผู้ อายุประมาณ 10 ปี ยาว 10.80 เมตร น้ำหนักประมาณ 10 ตันว่า พบรอยช้ำที่บริเวณลำตัวและส่วนหาง คาดสาเหตุอาจเกิดได้จาก 3 ปัจจัยประกอบด้วย
1.เสียชีวิตจากการป่วยที่เกิดอาการอ่อนแรงทำให้ลำตัวไปกระแทกโขดหิน 2.ติดเครื่องมือประมง และ 3.อาจจะเกิดอุบัติเหตุถูกเรือประมงชน ซึ่งมั่นใจว่าในเขตอ่าวไทย ไม่มีการทำร้ายวาฬ โดยจากสถิติของประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนและจัดทำภาพโฟโต้ไอดี(เอกลักษณ์)วาฬบรูด้าไว้ประมาณ 50-60 ตัว หรืออาจจะมีประชาการมากกว่า
น.ส.วัชรา กล่าวว่า ตัวที่พบคาดว่ามีการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว เนื่องจากเบื้องต้นตรวจสอบพบตำหนิรอยแผลที่ปากและบริเวณครีบ ซึ่งจะส่งให้ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำตรวจสอบยืนยันตามโฟโต้ไอดีเป็นวาฬที่ถูกขึ้นทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ โดยความเป็นสัตว์ใหญ่เมื่อสิ่งแวดล้อมไม่ดีอาจป่วยได้เหมือนมนุษย์ หรืออาจถูกเครื่องมือเรือประมงด้วยความไม่ตั้งใจ ซึ่งชาว ประมงสามารถช่วยได้เมื่อเห็นวาฬในพื้นที่ เพราะในไทยตอนนี้มีปัญหาขยะในทะเล เมื่อสัตว์น้ำขนาดเล็กกินไมโครพลาสติกเข้าไปสะสมในตัวปลาหรือแพลงตอล และวาฬไปกินต่อจะส่งผลต่อวาฬได้เช่นกัน
ด้าน นายจำแลง สุวรรณวงศ์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 1 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ กล่าวว่า หลังทราบข่าววาฬตัวใหญ่จึงรีบมาดูและตกใจมากไม่คิดว่าในชีวิตจะได้เห็นปลาใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งเมื่อ 30 ปีก่อนออกเรือหาปลาในทะเลได้มีปลาตัวใหญ่ความยาวเท่ากับเรือประมงเข้ามาใกล้เรือจนตกใจมาก แต่วันนี้มาเจอซากวาฬใหญ่เสียชีวิตรู้เสียใจกับการสูญเสีย จึงขอให้ทางจังหวัดได้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ลูกหลานรุ่นหลังได้ศึกษาด้วย
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจที่มีการสูญเสียวาฬบรูด้าซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ทรงคุณค่าของอ่าวไทย ซึ่งวาฬในวัยนี้ไม่น่าจะตายเอง จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้พนักงานสอบสวนรวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ออกสอบถามชาวประมง ผู้ประกอบการนำเที่ยว นักท่องเที่ยวว่าเคยพบวาฬตัวนี้ที่ไหนหรือไม่ เพื่อสืบหาว่ามีคนทำให้ตายหรือไม่ พร้อมให้สัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายอย่างละเอียด







