
"อภัยให้พี่ด้วยจะไม่ทำอีก"ข้าราชการอบจ.ขอขมาหน่วยกู้ภัย
นครราชสีมา-ข้าราชการอบจ.โคราชขอขมาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสวมกอดคู่กรณีหลังด่าทอเพราะความเครียดส่วนตัวหลายเรื่องรุมเร้ารับปากจะมีสติไม่ทำอีก
นครราชสีมา-ข้าราชการอบจ.โคราชขอขมาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสวมกอดคู่กรณีหลังด่าทอเพราะความเครียดส่วนตัวหลายเรื่องรุมเร้ารับปากจะมีสติไม่ทำอีก
นางบุญสิตา ขันธะวินะหุ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้นำนายนันทภพ ฉายดิลก หรืออู๊ด อายุ 49 ปี ข้าราชการนักจัดการงานทั่วไปชำนาญการสังกัดสำนักปลัด อบจ.นครราชสีมา เดินทางมาขอขมากับผู้บริหารมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง สว่างเมตตาธรรมสถาน นครราชสีมา หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นายนันทภพไปยืนด่าทอเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ขณะกำลังช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน ที่บริเวณถนนร่วมเริงไชย อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมซึ่งมีการแชร์คลิปในโลกออนไลน์จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ
นายนันทภพได้นำพวงมาลัยสด มานั่งคุกเข่าขอขมาต่อหน้านายอนันต์ บูรณะบัญญัติ ประธานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊งฯ พร้อมกับกล่าวยอมรับผิด และขอโทษต่อสังคมในสิ่งที่ตนเองทำไป หลังจากนั้นได้เข้าไปสวมกอดกับนายพุฑฒินันท์ จันทร์รัตน์วิลาส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยที่ถูกด่าทอ
นายนันทภพ ฉายดิลก หรืออู๊ด เปิดเผยว่า ยอมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น นื่องจากหวังดีอยากจะเข้าไปช่วยไม่ให้มีการจราจรติดขัด แต่ด้วยบุคลิกตัวเองที่เป็นคนชอบพูดเสียงดัง จึงทำให้เหมือนกำลังใส่อารมณ์ด่าทอเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย วันเกิดเหตุไม่ได้ดื่มสุรา หรือเมาสุราแต่อย่างใด เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบดื่มเพียงแต่ตนเองเครียดกับปัญหาชีวิตเพิ่งกลับมาจากลงนามเอกสารเลิกรากับภรรยาที่ สภ.โพธิ์กลาง ประกอบกับลูกชายก็ลาออกจากราชการตำรวจ จึงทำให้เปิดความเครียดสะสมมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ต้องไปรับยาคลายเครียดจากแพทย์ที่โรงพยาบาลมากินทุกเดือน จึงเป็นเหตุให้มีความเครียดสะสมและระบายออกตามภาพที่เห็น แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดอ้างตัวว่าเป็นปลัด อบจ.แต่อย่างใด อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย
ดังนั้นการเดินทางมาในวันนี้จึงต้องการที่จะมาขอขมาลาโทษต่อผู้บริหารมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊งฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพร้อมที่จะสนับสนุนช่วยเหลือหน่วยงานกู้ภัยเต็มที่ และถ้ามีโอกาสก็จะขอเข้ามาสมัครเป็นอาสากู้ภัยของที่นี่ด้วยอีกคน
ทั้งนี้ก็ขอโทษสังคมด้วยยืนยันว่าหลังจากนี้ไปจะพยายามควบคุมสติอารมณ์ให้มากจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกแน่นอน
ด้านนายอนันต์ บูรณบัญญัติ ประธานมูลนิธิหลักเสียงเซี่ยงตึ๊งสว่างเมตตาธรรมสถาน กล่าวว่า มูลนิธิฯ ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรกับเรื่องนี้ อยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาต่อคนทั่วไปที่เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังปฏิบัติงานอยู่ เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นอาสาสมัคร ไม่ได้มีเงินเดือนตอบแทนแต่อย่างใด มาทำงานด้วยจิตอาสาเพื่อสาธารณะประโยชน์จริงๆ ซึ่ง อบจ.นครราชสีมา ก็ถือว่าเป็นองค์กรที่มีอุปการคุณต่อมูลนิธิฯ ช่วยเหลือสนับสนุนงบประมาณใช้ในการดำเนินการหลายด้าน มูลนิธิฯ ก็ได้อาศัยการช่วยเหลือนี้ทำประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ดังนั้นอะไรที่ให้อภัยกันได้ก็ให้แล้วๆ ไป ขอให้เรื่องนี้จบกันด้วยดี เพื่อหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันบำเพ็ญประโยชน์ให้ จ.นครราชสีมาอย่างเต็มที่ต่อไปจะดีกว่า.







