
ผอ.โรงพยาบาลยอมรับเกิดความผิดพลาด หลังหนุ่มโวยปล่อยศพพ่อเริ่มเน่า
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยอมรับเกิดความผิดพลาดในการบริการ หลังหนุ่มโวยปล่อยทิ้งศพพ่อจนเริ่มเน่าแมลงวันตอม
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยอมรับเกิดความผิดพลาดในการบริการ หลังหนุ่มโวยปล่อยทิ้งศพพ่อจนเริ่มเน่าแมลงวันตอม
เมื่อวันที่ 27 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลมีการโพสต์แชร์เรื่องราวกรณีที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ปล่อยให้ศพของผู้เข้ารับบริการขึ้นอืดคาห้องเก็บศพ ซึ่งผู้โพสต์ได้โพสต์ลงเฟสบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า “สิงโต วชิรปกรณ์” พร้อมข้อความน้อยใจกับการให้บริการของโรงพยาบาลที่ไม่ยอมให้นำศพออกจากโรงพยาบาลปล่อยให้ศพพ่อของตนเองเน่าคาโรงพยาบาล
ชายหนุ่มเจ้าของเรื่องได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงสายของวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา บิดาได้เสียชีวิตเนื่องจากโรคประจำตัวซึ่งทางญาติพี่น้องก็ไม่มีใครติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแจ้งว่า ต้องนำศพบิดาของตนไปชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งเมื่อนำศพบิดาไปดำเนินการชันสูตรศพเรียบร้อยแล้ว ทางญาติก็จะขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน
แต่เนื่องจากขณะนั้นไม่มีญาติทางสายเลือดโดยตรงไปเซ็นยินยอมรับศพกับทางโรงพยาบาล มีเพียงตนคนเดียวที่เป็นลูกชาย และเป็นญาติทางสายเลือดโดยตรง แต่ขณะนั้นตนอยู่ที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอครบุรีประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งกว่าที่ตนจะเดินทางไปถึงโรงพยาบาลก็เป็นเวลาหลัง 18.00 น.แล้ว
โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่าหลังเวลา 18.00 น. ไม่อนุญาตให้นำศพออกจากโรงพยาบาล ตนจึงเดินทางกลับบ้าน แล้วเดินทางกลับมารับศพใหม่ในวันนี้ (27 พ.ค.62) แต่มาเจอสภาพศพของบิดาเป็นอย่างที่โพสต์ลงไปในเฟซบุ๊กฃ
"ผมพอเข้าใจกับระเบียบที่ห้ามรับศพกลับหลัง 18.00 น. แต่ผมไม่เข้าใจทำไมถึงไม่มีการฉีดยาฟอร์มาลีนหรือนำศพไปเก็บไว้ในห้องเย็น แต่กลับปล่อยให้ศพเป็นอย่างในสภาพที่เห็นคือมีแมลงวันมาตอมเป็นจำนวนมากเพราะศพเริ่มเน่า ส่วนตัวก็ไม่ได้ต้องการให้เป็นเรื่องเป็นราวมาก แต่อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษา และไม่อยากที่จะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก"ชายหนุ่มกล่าว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายแพทย์พัฒนา เบ้าสาทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ ได้รับการชี้แจงว่า ระเบียบของโรงพยาบาลไม่มีกำหนดไว้ว่าห้ามให้ญาตินำศพออกจากโรงพยาบาลหลังจากเวลา 18.00 น. แต่อย่างใด เพราะหากทางญาติสามารถนำหลักฐานต่างๆมาแสดงกับเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้องครบถ้วนก็สามารถนำศพออกจากโรงพยาบาลได้ตลอดเวลา เพราะทางโรงพยาบาลเองก็ไม่ได้มีห้องเย็นเก็บศพ ซึ่งหากจำเป็นก็จะต้องส่งศพไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลบาลมหาราชนครราชสีมา
ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นคิดว่าน่าจะเป็นเวลานอกราชการ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ก็อาจจะไม่ชัดเจนในระเบียบปฏิบัติหรือแนวทางการอนุญาตให้ญาตินำศพออกจากโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นปัญหาในระบบการให้บริการของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอง
"หลังจากนี้เราก็ต้องมาทบทวนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เพื่อที่จะวางแนวทางการปฏิบัติที่ให้เป็นที่เข้าใจและมีความชัดเจน กับทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทราบในแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป"นายแพทย์พัฒนา กล่าว







