
ไม่รอด!ผู้ต้องหาแก๊งสกริมเมอร์จนมุมตำรวจหลังหนีคดีนาน10ปี
ผู้ต้องหาแก๊งสกริมเมอร์ หลบหนีนาน 10 ปี จนมุมตำรวจ ปอศ.-ทางหลวง เมืองนครศรีธรรมราช ตั้งข้อหาปลอมและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม
ผู้ต้องหาแก๊งสกริมเมอร์ หลบหนีนาน 10 ปี จนมุมตำรวจ ปอศ.-ทางหลวง เมืองนครศรีธรรมราช ตั้งข้อหาปลอมและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.62 พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.สมพล อิสสระเสรี รอง ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ประวิทย์ ว่องไว รอง ผกก.5 บก.ปอศ. ประสานข้อมูลกับ บก.ทล. ตั้งจุดตรวจจุดสกัดพร้อมกับจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.1136/2554 ลง 26 กันยายน 2554 ของ กก.5 บก.ปอศ. ข้อหา ปลอมและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมฯ โดยจับกุมได้ที่บริเวณ จุดตรวจจุดสกัด ทล.403 กม.66-67 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2552 พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ควบคุมและป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ว่ามีรายการปฏิเสธการใช้บัตรเครดิตจากลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 2 ราย น่าจะเป็นการใช้บัตรเครดิตปลอม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงสืบสวน ทราบว่าคนร้ายนำข้อมูลในแถบแม่เหล็กจากบัตรเครดิตจริงของลูกค้าไปคัดลอกลงบัตรปลอม (Skimmer) และนำไปใช้รูดซื้อสินค้ากระทั่งทราบว่าเป็นคนร้ายในคดีนี้พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ ในข้อหาปลอมและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม และได้ติดตามตัวมาโดยตลอด
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไมตรี เห็นว่าคดีนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างเนื่องจากประชาชนอาจขาดความมั่นใจในการใช้บัตรเครดิต จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี จากการสืบสวนทราบว่า นายอำพล ผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ประสานข้อมูลกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พ.ต.อ.จิรประภาพ สุทธปรีดา ผกก.7 บก.ทล. และ พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สว.ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล.(นครศรีธรรมราช) ตั้งจุดสกัดเพื่อจับกุมผู้ต้องหารายนี้ตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี และสามารถจับกุมนายอำพลได้ที่บริเวณจุดตรวจจุดสกัด บริเวณ ทล.403 กม.66-67 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากหลบหนีคดีมานานถึง 10 ปี
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่านำบัตรเครดิตปลอมไปใช้ซื้อสินค้าจริง ได้รับบัตรปลอมมาจากเพื่อนซึ่งถูกจับไปก่อนแล้ว สินค้าที่ซื้อมานั้นนำไปให้เพื่อนคนดังกล่าว ตนเองได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินค่าจ้างจำนวนหนึ่งนำไปใช้สอยส่วนตัว โดยก่อเหตุลักษณะนี้เพียงครั้งนี้ครั้งเดียว เมื่อทราบว่าตนถูกดำเนินคดีและถูกออกหมายจับจึงหลบหนีไปพักอาศัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีต่อไป







