"ธนาธร"ปฏิเสธ 3 ข้อหา กังวลขึ้นศาลทหาร
"ธนาธร" พบตำรวจ สน.ปทุมวัน โดนแจ้ง 3 ข้อหา ยุยงปลุกปั่น -ช่วยเหลือผู้ต้องหา- มั่วสุม เจ้าตัว ให้การปฏิเสธ เตรียมยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์ฯ 15 พ.ค.นี้ พร้อมยอมรับกังวล ต้องขึ้น ศาลทหาร
"ธนาธร" พบตำรวจ สน.ปทุมวัน โดนแจ้ง 3 ข้อหา ยุยงปลุกปั่น -ช่วยเหลือผู้ต้องหา- มั่วสุม เจ้าตัว ให้การปฏิเสธ เตรียมยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์ฯ 15 พ.ค.นี้ พร้อมยอมรับกังวล ต้องขึ้น ศาลทหาร
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นานกว่า 3 ชม. ว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อกล่าวหา คือ ข้อหาตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน มาตรา 189 ช่วยเหลือหรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา และ มาตรา 215 มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าในวันที่ 24 มิย. 58 ตนอยู่ในพื้นที่จริง แต่กระทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ และขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะยื่นภายในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ พร้อมยอมรับว่ากังวลในคดีนี้ เพราะต้องขึ้นศาลทหาร และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดต้องถูกดำเนินคดีหลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ แต่ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีให้เกียรติและเป็นมืออาชีพ
“ผมเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์ ที่ผ่านมาทำทุกอย่างอย่างบริสุทธิ์ใจ การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมไม่ผิด เป็นสิ่งที่ประชาชนมีสิทธิ์ลุกขึ้นมาต่อต้านได้ ทั้ง 3 ข้อหานั้น ไม่มีความกังวลใจ แต่ถ้าจะมีอยู่บ้างก็แค่คดีนี้ไม่ได้ขึ้นศาลพลเรือน แต่เป็นศาลทหาร ซึ่งผู้สังเกตการณ์จากสถานทูตต่างๆ ก็ได้แสดงความเป็นห่วงในตัวรูปคดี ว่าทำไมขึ้นศาลทหาร ทำไมคดีถึงล่าช้ามาจนทุกวันนี้ กระบวนการที่จะใช้นานเท่าไหร่ นี่คือสิ่งที่ทูตเป็นห่วง ส่วนขั้นตอนที่ล่าช้า คุณศรีวราห์ก็ได้ชี้แจงเรื่องการเปลี่ยนตำแหน่ง การย้ายต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลคดี” นายธนาธร กล่าว
ด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าที่ต้องขึ้นศาลทหารเป็นเพราะเทคนิคทางกฎหมาย ส่วนที่คดีล่าช้า เนื่องจากพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ มีการโยกย้ายสลับตำแหน่ง และเกษียณราชการออกไป จึงต้องตั้งพนักงานสอบสวนชุดใหม่ขึ้นมาดูแลคดีนี้แทน ทำให้เกิดการล่าช้าออกไป
ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับ นายธนาธร ได้ขึ้นรถเครื่องขยายเสียงกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ และขอให้แยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ


