
น้ำชีล้นตะลิ่งชาวบ้านกาฬสินธุ์เร่งเสริมพนังรอบสาม
น้ำก้อนใหญ่จาก จ.ขอนแก่นที่ไหลมาตามแม่น้ำชีส่งผลให้น้ำชีล้นตะลิ่งฝั่งอ.ฆ้องชัยต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งเสริมพนังรอบ 3 ขณะแม่น้ำมูลเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อุบลฯ
น้ำก้อนใหญ่จาก จ.ขอนแก่นที่ไหลมาตามแม่น้ำชีส่งผลให้น้ำชีล้นตะลิ่งฝั่งอ.ฆ้องชัยต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งเสริมพนังรอบ 3 ขณะแม่น้ำมูลเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อุบลฯ
นายธนาวุฒิ ทองทวี นายอำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้ระดมกำลังชาวบ้านและข้าราชการรวมกว่า 200 คน นำกระสอบทรายประมาณ 1,500 กระสอบ เสริมพนังในจุดที่ลุ่ม ซึ่งได้รับกระทบจากน้ำชีเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้น้ำเริ่มล้น ตะลิ่ง เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรบางส่วนแล้วและทำให้มีการเสริมพนังกั้นน้ำเป็นรอบที่สามแล้วของสัปดาห์นี้
ด้านนายธนาวุฒิ กล่าวอีกว่า ระดับน้ำตอนนี้อยู่ระดับเดียวกับพนังกั้นแม่น้ำชีบางแห่งเริ่มล้นและเอ่อท่วมนาข้าวที่กำลังออกรวง โดยได้รายงานให้นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ทราบ และได้สั่งการให้ระดมเสริมพนังให้สูงขึ้นอีก เฉพาะสัปดาห์นี้มีการเสริมพนังแล้ว 3 รอบ ที่ขณะนี้ตามแนวเสริมกระสอบทรายริมพนังกั้นน้ำตอนนี้ระดับกระสอบทรายสูงกว่าพนังกั้นแม่น้ำชีระดับปกติถึง 1.5 เมตรแล้ว ซึ่งระดับน้ำดังกล่าวถือว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมามาก เพราะยังมีบางพื้นที่ได้รับผลกระทบมีน้ำเอ่อเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังออกรวงเป็นบริเวณกว้าง
ด้านนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมพนังกั้นน้ำ ริมตะลิ่งแม่น้ำชีให้เฝ้าดูสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะจากรายงานพบว่าระดับน้ำสูงอย่างรวดเร็วเฉลี่ยชั่วโมงละ 2-3 ซม. อีกทั้งไหลเชี่ยวกราก จึงมีกรประสานให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ประกาศเตือนชาวบ้านกลุ่มอาชีพประมงให้งดการหาปลาตามแม่น้ำชีในช่วงนี้ด้วย นอกจากนี้ยังสั่งการให้เตรียมการอพยพประชาชนตลอด 24 ชม.เพราะหวั่นเกรงว่าพนังกั้นน้ำตลอดแนวระยะทางกว่า 31 กิโลเมตร มีปัญหารอยร้าวหลายแห่ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ต้องติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วย
ยันเมืองดอกบัวปลอดน้ำท่วม
นายพิชิด ไชยมาศ วิทยากรระดับ 10 ทำการแทนหัวหน้ากรองโรงไฟฟ้า เขื่อนสิรินธร ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำที่เขื่อนปากมูลขณะนี้ อยู่ที่ ระดับ 98.88 เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง และระดับแม่น้ำโขงอยู่ที่ 95.34 เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่ง แม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขงห่างกันอยู่ กว่า 3 เมตร และน้ำสามารถไหลได้อย่างรวดเร็ว ส่วนปริมาณการไหลของน้ำ อยู่ที่ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขื่อนปากมูล สามารถรองรับได้ถึง 18,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที และสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างแน่นอนและระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อความไม่ประมาท ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในช่วง 2-3 วันนี้
บุรีรัมย์ระดับน้ำท่วมขังลดลงต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำมูลที่ไหลเอ่อท่วมบ้านเรือน ไร่นาเกษตรกรที่จังหวัดบุรีรัมย์ ใน 4 อำเภอ มีอำเภอพุทไธสง คูเมือง สตึก และอำเภอแคนดง เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำได้ลดลงเฉลี่ยวันละประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร นาข้าวของเกษตรกรร่วม 100,000 ไร่ยังจมอยู่ใต้น้ำ ส่วนบ้านวังปลัด ต.บ้านแพ อ.คูเมือง และบ้านพลับ ต.สะแก อ.สตึก ที่ถูกน้ำท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ที่ถูกตัดขาดยังมีน้ำท่วมขัง แต่รถเล็กสามารถสัญจรผ่านเข้าออกหมู่บ้านได้แล้ว คาดการณ์ว่าหากไม่มีน้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมาไหลบ่าลงมาสมทบ กับน้ำในลำน้ำมูลอีกระลอก เชื่อว่า 3 – 5 วันน่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์เขต 4 ที่ถูกน้ำท่วม 14 โรง ยังปิดการเรียนการสอนอยู่ 13 โรง และจะเปิดการเรียนการสอนในวันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือหากโรงเรียนใดน้ำยังท่วมขัง ก็จะสามารถสั่งปิดเรียนต่อได้อีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งให้เป็นอำนาจของ ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม
นายยลยง มีพืชน์ นายอำเภอสตึก ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้นาข้าวของเกษตรกรจมอยู่ใต้น้ำนานกว่า 1 สัปดาห์ เสียหายใน 7 ตำบล กว่า 30,000 ไร่ คาดว่ารัฐบาลจะต้องจ่ายเงินชดเชย เยียวยาให้กับเกษตรกรในเขตพื้นที่อำเภอสตึกไม่น้อยกว่า 80 ล้านบาท ส่วนบ้านเรือนและทรัพย์สินอื่นของประชาชนที่จมน้ำเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจ







