
โจรฝ่าฝนบุกปล้นแบงก์เชิด6.8หมื่นหนีลอยนวล
สองโจรฝ่าฝนบุกปล้นธนาคารนครหลวงไทย กวาดเงิน 6.8 หมื่นบาท หนีลอยนวลคนร้ายจำนวน 2 คน ฉวยโอกาสในช่วงฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ใน จ.นครศรีธรรมราช บุกปล้นธนาคารนครหลวงไทย สาขานครศรีธรรมราช ขณะที่ไม่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการในธนาคาร ได้เงินสดไปจำนวน 68,170 บาท ก่อนหลบหนีลอยนวลน.ส.จาณีพร สังข์แก้ว พนักงานธนาคารนครหลวงไทย ให้การกับตำรวจ สภ.ย่อยปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ว่า ขณะทำงานตามปกติกับเพื่อนร่วมงาน ได้มีคนร้าย 2 คนใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดหมายเลขทะเบียน มาจอดเลยธนาคาร น.ส.จาณีพร กล่าวอีกว่า จากนั้น 1 ใน 2 คนร้ายที่สวมหมวกไหมพรมกางเกงขาสั้นเสื้อคลุมสีทอง บุกเข้ามาในธนาคารใช้ปืนจี้ชิงเงินสดรวม 68,170 บาท ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงาน ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีลูกค้าแม้แต่รายเดียว จากนั้นคนร้ายได้วิ่งออกจากธนาคารไปขึ้นรถกระบะขับหลบหนีหายไปทางตัวเมืองนครศรีธรรมราช “แม้ว่ารถกระบะยี่ห้อเชพโรเลต สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่คนร้ายนำมาก่อเหตุครั้งนี้ แต่มีจุดสังเกตล้อแม็กรถยนต์ดังกล่าวมีสีส้มทั้ง 4 ล้อ” น.ส.จาณีพร กล่าว ทางด้าน พ.ต.ท.สำเริง ชูกะนันท์ รอง ผกก.สส.เมืองนครศ
สองโจรฝ่าฝนบุกปล้นธนาคารนครหลวงไทย กวาดเงิน 6.8 หมื่นบาท หนีลอยนวล
คนร้ายจำนวน 2 คน ฉวยโอกาสในช่วงฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ใน จ.นครศรีธรรมราช บุกปล้นธนาคารนครหลวงไทย สาขานครศรีธรรมราช ขณะที่ไม่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการในธนาคาร ได้เงินสดไปจำนวน 68,170 บาท ก่อนหลบหนีลอยนวล
น.ส.จาณีพร สังข์แก้ว พนักงานธนาคารนครหลวงไทย ให้การกับตำรวจ สภ.ย่อยปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ว่า ขณะทำงานตามปกติกับเพื่อนร่วมงาน ได้มีคนร้าย 2 คนใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดหมายเลขทะเบียน มาจอดเลยธนาคาร
น.ส.จาณีพร กล่าวอีกว่า จากนั้น 1 ใน 2 คนร้ายที่สวมหมวกไหมพรมกางเกงขาสั้นเสื้อคลุมสีทอง บุกเข้ามาในธนาคารใช้ปืนจี้ชิงเงินสดรวม 68,170 บาท ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงาน ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีลูกค้าแม้แต่รายเดียว จากนั้นคนร้ายได้วิ่งออกจากธนาคารไปขึ้นรถกระบะขับหลบหนีหายไปทางตัวเมืองนครศรีธรรมราช
“แม้ว่ารถกระบะยี่ห้อเชพโรเลต สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่คนร้ายนำมาก่อเหตุครั้งนี้ แต่มีจุดสังเกตล้อแม็กรถยนต์ดังกล่าวมีสีส้มทั้ง 4 ล้อ” น.ส.จาณีพร กล่าว
ทางด้าน พ.ต.ท.สำเริง ชูกะนันท์ รอง ผกก.สส.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการตรวจสอบภายในธนาคารนั้นรู้สึกเสียดายอย่างมาก เนื่องจากระบบวงจรปิดของธนาคารชำรุดพอดีไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้ ส่วนคนร้ายนั้นมีการยืนยันชัดเจนว่าพูดสำเนียงนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการสืบสวนในชั้นต้นนั้นพบว่าน่าจะเป็นคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนัก มีการวนเวียนดูลาดเลา 23 รอบก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ
ขณะเดียวกันการตรวจสอบทุกเส้นทางนั้นไม่พบ จึงน่าเชื่อว่าคนร้ายได้นำเอารถไปหลบซ่อนในแถบ ต.ปากพูน ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนลงพื้นที่ติดตามคนร้ายอย่างเร่งด่วนแล้ว เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจมากก่อเหตุในช่วงที่เจ้าหน้าที่ต่างให้ความสนใจที่จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย คนร้ายกลับเลือกเอาเวลาที่ประชาชนลำบากมาก่อเหตุ
คนร้ายจำนวน 2 คน ฉวยโอกาสในช่วงฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ใน จ.นครศรีธรรมราช บุกปล้นธนาคารนครหลวงไทย สาขานครศรีธรรมราช ขณะที่ไม่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการในธนาคาร ได้เงินสดไปจำนวน 68,170 บาท ก่อนหลบหนีลอยนวล
น.ส.จาณีพร สังข์แก้ว พนักงานธนาคารนครหลวงไทย ให้การกับตำรวจ สภ.ย่อยปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ว่า ขณะทำงานตามปกติกับเพื่อนร่วมงาน ได้มีคนร้าย 2 คนใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดหมายเลขทะเบียน มาจอดเลยธนาคาร
น.ส.จาณีพร กล่าวอีกว่า จากนั้น 1 ใน 2 คนร้ายที่สวมหมวกไหมพรมกางเกงขาสั้นเสื้อคลุมสีทอง บุกเข้ามาในธนาคารใช้ปืนจี้ชิงเงินสดรวม 68,170 บาท ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงาน ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีลูกค้าแม้แต่รายเดียว จากนั้นคนร้ายได้วิ่งออกจากธนาคารไปขึ้นรถกระบะขับหลบหนีหายไปทางตัวเมืองนครศรีธรรมราช
“แม้ว่ารถกระบะยี่ห้อเชพโรเลต สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่คนร้ายนำมาก่อเหตุครั้งนี้ แต่มีจุดสังเกตล้อแม็กรถยนต์ดังกล่าวมีสีส้มทั้ง 4 ล้อ” น.ส.จาณีพร กล่าว
ทางด้าน พ.ต.ท.สำเริง ชูกะนันท์ รอง ผกก.สส.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการตรวจสอบภายในธนาคารนั้นรู้สึกเสียดายอย่างมาก เนื่องจากระบบวงจรปิดของธนาคารชำรุดพอดีไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้ ส่วนคนร้ายนั้นมีการยืนยันชัดเจนว่าพูดสำเนียงนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการสืบสวนในชั้นต้นนั้นพบว่าน่าจะเป็นคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนัก มีการวนเวียนดูลาดเลา 23 รอบก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ
ขณะเดียวกันการตรวจสอบทุกเส้นทางนั้นไม่พบ จึงน่าเชื่อว่าคนร้ายได้นำเอารถไปหลบซ่อนในแถบ ต.ปากพูน ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนลงพื้นที่ติดตามคนร้ายอย่างเร่งด่วนแล้ว เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจมากก่อเหตุในช่วงที่เจ้าหน้าที่ต่างให้ความสนใจที่จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย คนร้ายกลับเลือกเอาเวลาที่ประชาชนลำบากมาก่อเหตุ







