
ขย่มรัฐวิสาหกิจลงทุนรับค่าบาทลดต้นทุนหมื่นล.
คลังเดินสายไล่บี้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่เร่งเบิกจ่ายงบลงทุน นำเข้าวัตถุดิบสินค้าจากต่างประเทศ หวังช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งเชื่อลดต้นทุนได้ 1.6 หมื่นล้าน
คลังเดินสายไล่บี้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่เร่งเบิกจ่ายงบลงทุน นำเข้าวัตถุดิบสินค้าจากต่างประเทศ หวังช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งเชื่อลดต้นทุนได้ 1.6 หมื่นล้าน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า จะเร่งเดินสายพบผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อมอบนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยังคาราคาซัง โดยให้เร่งดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ต้องการให้เร่งลงทุนในโครงการที่มีมูลค่านำเข้าสูง ซึ่งมีวงเงินลงทุน 1.5 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าหากเร่งนำเข้าในช่วงที่เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะประหยัดงบประมาณได้ 1.6 หมื่นล้านบาท
สำหรับรัฐวิสาหกิจสำคัญๆ ที่ต้องลงทุนเร่งนำเข้าและต้องเข้าไปหารือมีจำนวน 17 แห่ง เช่น บริษัท ปตท. ในโครงการลงทุนท่อก๊าซ บริษัท การบินไทย ในโครงการซื้อเครื่องบิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการเดินสายหารือกับ กฟผ. และ ปตท.ไปแล้ว ในสัปดาห์หน้าจะหารือกับบริษัท การบินไทย และ ร.ฟ.ท.
นอกจากนี้ จะมอบนโยบายในการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างรัฐวิสาหกิจ เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อน เช่น โครงการของบริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม ให้ใช้โครงข่ายไฟเบอร์ออปติก ที่ กฟน. ได้ลงทุนไปแล้ว เพื่อลดการลงทุน
ขณะเดียวกันจะเร่งผลักดันบริษัทลูกที่มีศักยภาพ จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทยของกระทรวงการคลัง
“ขณะนี้พบว่ามีบริษัท 23 แห่งที่มีศักยภาพ แต่อยู่ระหว่างคณะกรรมการตลาดทุน สำนักงานเศรษฐกิจการ คลัง (สศค.) และกรมสรรพากร พิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจ” นายสมชัย กล่าว
ประเด็นสุดท้ายจะเร่งแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ 5 แห่ง คือ โรงงานไพ่ โรงงานยาสูบ องค์การสุรา สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) และโรงพิมพ์ตำรวจ ให้เป็นนิติบุคคล







