posttoday
ล่องใต้ตัดขาดถนนสาย 41 ช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ฯ

ล่องใต้ตัดขาดถนนสาย 41 ช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ฯ

03 พฤศจิกายน 2553

ถนนสายเอเชียหมายเลข 41 ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ถูกตัดขาดน้ำท่วมผิวจราจรเกิน 50 ซม.ขณะที่ขนส่งภูเก็ตงดเดินรถไปสงขลา

ถนนสายเอเชียหมายเลข 41 ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ถูกตัดขาดน้ำท่วมผิวจราจรเกิน 50 ซม.ขณะที่ขนส่งภูเก็ตงดเดินรถไปสงขลา

ล่องใต้ตัดขาดถนนสาย 41 ช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ฯ ภาพประกอบข่าว

นายธวัชชัย วิสมล นายอำเภอละแม จ.ชุมพร กล่าวว่า ผลมาจากพายุดีเปรสชั่นพัดผ่านภาคใต้ทำให้ถนนสายหลัก สายเอเชียหมายเลข 41 ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ไม่สามารถผ่านได้ ถนนที่ถูกน้ำท่วมอยู่ระหว่างรอยต่อระหว่าง อ.ละแม จ.ชุมพร กับ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณคลองปลิง และคลองภา น้ำท่วมผิวจราจรเกิน 50 ซม.ถนนไม่สามารถผ่านได้

นอกจากนี้ พื้นที่ อ.ละแม ระดับน้ำในคลองทุกคลองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดแนวโน้มน้ำป่าจากภูเขากำลังไหลลงสู่ที่ราบ ทำให้พื้น 4 ตำบล คือ ต.ละแม หมู่ที่ 1-20 ต.สวนแตง หมู่ที่ 1-10 ต.ทุ่งหลวง หมู่ที่ 1-9 ต.ทุ่งคาวัด หมู่ที่ 1-8 คอสะพานขาด 4 แห่ง มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 10,443 ครัวเรือน บางพื้นที่มีราษฎร์ติดอยู่ในพื้นที่เจ้าหน้าที่กำลังออกให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยวและเพิ่มขึ้นตามลำดับ ขณะที่ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง

นายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอพะโต๊ะ จ.ชุมพร กล่าวว่า ตั้งแต่ เวลา 04.00น.ที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาเข้าท่วมพื้นที่ ต.พะโต๊ะ หมู่ที่ 2,5,6 และหมูที่ 19 ต.ปากทรงหมู่ที่ 7 น้ำป่าได้ไหลท่วมคอสะพานจำนวน 3 จุด ทำให้ถนนสาย หลังสวน-ราชกรูด หรือ ถนน อ.หลังสวน-ระนอง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้

นาย พินิจ เจริญพานิช ผวจ.ชุมพร กล่าวว่า ได้มีคำสั่งถึงนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ รวมทั้งผู้นำ อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกพื้นที่ให้เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ อ.พะโต๊ะ ซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขาและป่าไม้ ให้เฝ้าระวังจุดเสี่ยงดินถล่มที่มีกว่า 20 จุดตลอดเวลา ขอให้แขวงการทางชุมพรเตรียมเครื่องจักรกลและรถแบ็กโฮไว้ให้พร้อม เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ดินถล่มขึ้น

ขนส่งภูเก็ตงดเดินรถไปสงขลา 6 เส้นทาง

นายกนก  ศิริพานิชกร  ขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า  จากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น ส่งผลให้งดการเดินทางใน 6 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางภูเก็ต – หาดใหญ่, ภูเก็ต – พัทลุง,ภูเก็ต – สตูล, ภูเก็ต – สุไหงโกลก,  ภูเก็ต – เบตง และเส้นทางภูเก็ต – ตรัง ซึ่งเปิดให้บริการเพียงบางเส้นทางเท่านั้น  โดยประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางเชื่อมต่อลงสู่ภาคใต้ตอนล่าง 

ทั้งจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ควรงดการเดินทางในระยะนี้  โดยคาดว่าขนส่งจังหวัดภูเก็ต  จะเปิดให้บริการได้ตามปกติช่วงน้ำลดใน 2 – 3 วันนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามเส้นทางการเดินรถได้ ที่สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

ปัตตานีประกาศภัยพิบัติน้ำท่วม 12 อำเภอ

นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า ได้ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 12 อำเภอทุกตำบลเป็นพื้นที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักใน 12 อำเภอ  97 ตำบล 405 หมู่บ้าน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 23,694 ครัวเรือน จำนวน 95,305 คนและได้อพยพออกจากพื้นที่แล้ว 700 คน ส่วนพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายรวมทั้งจังหวัดกว่า 1 พันไร่ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก

ด้านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปัตตานี ได้ออกหนังสือแจ้งไปยังทุกอำเภอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าให้คลายความกังวลในเรื่องพายุที่จะเข้ามาตามที่มีกระแสข่าวขณะที่ความช่วยเหลือนั้น ด้านนายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล
ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีพร้อมอีกหลายหน่วยงานได้กระจายเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วโดยมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่มและจะเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

เหล่ากาชาด ลงพื้นที่แจกเครื่องยังชีพปัตตานี

นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วยเหล่ากาชาดและกาชาดสากลได้น้ำถุงยังชีพข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำขวดที่ทางกาชาดสากลนำมาบริจาคช่วยเหลือประชาชนที่ ม.2 บ.บางตาวา อ.หนองจิก ที่ได้รับความเดือดร้อนจากลมพายุและมีน้ำท่วมบ้านเรือนได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน นอกจากนี้เหล่ากาชาดปัตตานี ยังได้เปิดครัวกาชาดเพื่อเร่งทำข้าวไข่เจียวใส่กล่องเพื่อเร่งนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับเดือนร้อน เนื่องจากพบว่าในหลายพื้นอีกกว่าพันครัวเรือนที่กระแสไฟฟ้ายังใช้การไม่ได้และไม่สามารถประกอบอาหารที่ทางหน่วยงานและ จนท.เข้าไปแจกจ่ายให้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง และจะให้ชาวบ้านหาเชื้อเพลิงจากธรรมชาติก็ทำได้ลำบากซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ยังท่วมขัง

สตูลน้ำท่วมเสียชีวิตแล้ว 1 ราย

น้ำป่าที่ไหลมาจากอ.ควนกาหลง อ.ควนโดน อ.ท่าแพไหลสู่ อ.เมืองส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเขตเทศบาลต.คลองขุด และเทศบาลเมืองสตูล เขตชั้นในของต.คลองขุด สถานที่ราชการเช่นกองร้อยตชด.436 เรือนพยาบาลกองร้อย สำนักงานประกันสังคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยา กองร้อยอสจ.สตูล แฟลตปกครอง โรงเรียน ถูกน้ำท่วม ซึ่งตามสถานที่ราชการน้ำท่วมขัง แต่ตามบ้านเรือนประชาชนถนนหนทางต่างๆน้ำไหลเชี่ยวกราด หลังจากฝนทิ้งช่วงไป 1 วัน 1 คืนระดับน้ำในอำเภอต่างๆเริ่มลดระดับลง อ.ทุ่งหว้า อ.มะนัง อ.ควนกาหลง และอ.ควนโดนระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว

ส่วนที่อ.เมืองรอบนอกเช่น ต.ฉลุง ต.บ้านควน ต.เกตรี ระดับน้ำลดลง แต่ในเขตต.คลองขุด ต.ควนขัน และเทศบาลเมืองสตูลระดับน้ำลดลงแค่ 5 ซม. ซึ่งในเขตเทศบาลหนักสุดบริเวณเขตชั้นนอกและชั้นกลางบริเวณถนนยาตราสวัสดิ์ ถ.สตูลธานี ถ.ปานชูรำลึกถ.ราษฎร์อุทิศ ถนนรอบตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล หากฝนไม่ตกซ้ำคาดว่า

ล่าสุดน้ำท่วมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายคือ ด.ช.สอและ หลงจิ อายุ 10 ปี บ้านเลขที่108 ม.7 ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล โดยได้ออกมาเล่นน้ำบริเวณริมคลองชลประทานพร้อมเพื่อน 3 คน ปรากฏว่าด.ช.สอและ พลัดหล่นลงไปเสียชีวิตขณะนำส่งรพ.สตูล

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์แจกของพระราชทาน

นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภค บริโภคแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ได้รับความเดือดร้อน ณ หอประชุมโรงเรียนปากพญา หมู่ที่ 6 ตำบลท่าซัก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 670 ชุด โดยมีนาย ธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนร่วมให้การต้อนรับ
 
สำหรับพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช หลักจากเกิดสภาวะฝนตกติดต่อกันหลายวันประกอบกับเกิดพายุดีเปรสชั่นในอ่าวไทย ก่อให้เกิดสภาวะน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม เกิดลมพัดกระโชกแรงในหลายพื้นที่ จึงได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.53 โดยอำเภอที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน รวมขณะนี้ 17 อำเภอ คือ อ.ลานสกา , สิชล , ชะอวด , หัวไทร , ขนอม , พิปูน , นบพิตำ , จุฬาภรณ์ , เมือง , ปากพนัง , จุฬาภรณ์ , ทุ่งสง , ท่าศาลา , ถ้ำพรรณรา , ช้างกลาง , ร่อนพิบูลย์ และ อ.พระพรหม โดยมีชาวบ้าน

ผอ.รมน.ภาค 4 นำน้ำดื่มแจกจ่ายผู้ประสบภัยสงขลา

พ.อ.บรรพต  พูลเพียร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พล.ท. อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  พร้อมด้วย กองฝ่ายเสนาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้นำน้ำดื่มพร้อมอาหารแห้งบางส่วนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ และอีกส่วนหนึ่งลำเลียงไปทางรถยนต์ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และระหว่างทางได้บินสำรวจเส้นทางที่ประสบปัญหาอุทกภัยด้วย

สำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชยแดนภาคใต้ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลขโทรศัพท์ 073 – 262572 หรือสายด่วน 1341 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง 
 
พ่อเมืองตรังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
 
นายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง  พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง  และหัวหน้าส่วนราชการ  ได้ลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อออกแจกจ่ายชุดถุงยังชีพและเรือท้องแบน ให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม  โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองตรัง และอำเภอนาโยง ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด  เนื่องจากน้ำที่เอ่อล้นลงมาจากเทือกเขาบรรทัด  ได้ไหลลงมาเข้าท่วมถนนสายตรัง-พัทลุง ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้  ส่งผลให้การเดินทางไปมาระหว่างจังหวัดตรัง กับจังหวัดพัทลุง ต้องถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง  โดยประชาชนที่อยู่ติดกับคลองนางน้อย ต้องนำกระสอบทรายมาปิดกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าไปยังบ้านเรือน  รวมทั้งขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือนแล้วเพื่อนำมาไว้ยังพื้นที่สูง
 
จากการรายงานขณะนี้จังหวัดตรัง มีน้ำท่วมสูงแล้วใน 8 อำเภอ 4 เขตเทศบาล 50 ตำบล 234 หมู่บ้าน  ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วกว่าหลายพันครัวเรือน  ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ อ.นาโยง อ.เมือง อ.รัษฎา อ.ห้วยยอด อ.ปะเหลียน อ.วังวิเศษ อ.กันตัง และ อ.ย่านตาขาว  ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดตรัง  ต้องประกาศปิดเรียน เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง  โดยล่าสุดแม้ว่าฝนจะหยุดตกลงมาแล้วก็ตาม  แต่น้ำที่มีทั้งความเชี่ยวกรากและรุนแรงจากเทือกเขาบรรทัด  ได้ไหลลงสู่เขตอำเภอเมืองตรัง ในเทศบาลนครตรัง  โดยเฉพาะเขตชุมชนทางด้านฝั่งทิศตะวันออก และทางด้านทิศใต้  ทำให้ร้านค้าและบ้านเรือนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก  ระดับน้ำโดยเฉลี่ยสูงตั้งแต่ 50-80 เซนติเมตร  การจราจรเป็นอัมพาตหลายจุด  เนื่องจากถูกกระแสน้ำท่วมตัดขาด
 
นพ.สาธิต ไผ่ประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง พร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆ  ได้ร่วมกันจัดเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมทั้ง 8 อำเภอ โดยเฉพาะผู้ป่วย และผู้บาดเจ็บ ซึ่งได้มีการเตรียมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาล สถานีอนามัย และสำนักงานสาธารณสุขต่างๆ คอยเข้าไปช่วยเหลือ  พร้อมทั้งเตรียมรถพยาบาลเพื่อการส่งต่อไว้ให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง  ตลอดจนมีการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุ เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์  สามารถติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 ซึ่งจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง  พร้อมทั้งได้มีการจัดเตรียมหน่วยบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ฉุกเฉิน  ทั้งด้านบุคลากร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ ไว้ให้บริการแก่ประชาชนเช่นกัน
 
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีโรงพยาบาลหลายแห่งประสบปัญหาน้ำท่วม  เช่น โรงพยาบาลนาโยง โรงพยาบาลวังวิเศษ และโรงพยาบาลรัษฎา  ซึ่งบางแห่งที่มีผู้ป่วยที่ติดค้างอยู่ภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น  ได้มีเจ้าหน้าที่นำรถสิบล้อทยอยเข้าไปช่วยเหลือ  และขนย้ายออกมาจากโรงพยาบาลหมดแล้ว  ซึ่งจากการประเมินความเสียหายในเบื้องต้นของโรงพยาบาล คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท  พร้อมกันนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ยังได้ฝากเตือนประชาชน  ให้ระมัดระวังเรื่องโรคระบาดที่อาจจะมากับสถานการณ์น้ำท่วม  เช่น โรคฉี่หนู ซึ่งมาจากสัตว์ และโรคอหิวาตกโรค ที่แพร่กระจายอยู่ในน้ำดื่มและอาหาร

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน