ภท.ย้ำลูกพรรคหาเสียงต้องสื่อสารนโยบายให้ประชาชนเข้าใจถึงการแก้ไขปัญหา
ประธานที่ปรึกษาภูมิใจไทยบอกลูกพรรคต้องสื่อสารนโยบายให้เข้าถึงการแก้ไขปัญหาปากท้องผลผลิตตกต่ำ และกทม.สะดวกสบายให้มากที่สุด
ประธานที่ปรึกษาภูมิใจไทยบอกลูกพรรคต้องสื่อสารนโยบายให้เข้าถึงการแก้ไขปัญหาปากท้องผลผลิตตกต่ำ และกทม.สะดวกสบายให้มากที่สุด
นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงหน้าที่ของผู้สมัครสส.ของพรรค ว่า จะต้องทำหน้าที่สื่อความหมาย ความเข้าใจในเรื่องนโยบายของพรรคให้กับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหาผลิตผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ การให้โอกาสพี่น้องประชาชนได้ทำมาหากิน จะได้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีทางเลือกในหลายๆทาง โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาจราจรในเขต กทม.และปริมณฑล ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ทางพรรค ภท. นำเสนอ
นายสรอรรถ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย มีผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่เคยส่งผู้สมัครเยอะขนาดนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของทุกภาค ทุกพื้นที่ ทุกเขต จะต้องมีผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยอยู่ตรงนั้น ประชาชนท่านใดที่ศรัทธาในตัวผู้สมัคร หัวหน้าพรรค หรือนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ก็สามารถที่จะเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยได้ทุกเขต
นายสรอรรถ กล่าวว่า พี่น้องประชาชนยังคงสับสนเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียวที่สามารถกาได้ทั้งผู้สมัครเขต บัญชีรายชื่อ แม้กระทั่งการจะนำมาถึงผลโหวตผู้ที่สมัครเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องขยายเวลาปิดหีบลงคะแนนจากเดิมที่กำหนดไว้ 08.00 น. – 15.00 น. เปลี่ยนเป็น 08.00 น. – 17.00 น.อีกด้วย
ด้าน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายแก้ปัญหาให้กับชาวกรุงเทพหลายประการ โดยต้องการให้พี่น้องชาวกรุงเทพมีชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งตนได้กำชับให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขตกรุงเทพฯ 30 เขตไปนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาการจราจรโดยให้ประชาชนสามารถเรียกรถผ่านแอพพลิเคชั่นอย่างถูกกฎหมายทุกคัน นอกจากเป็นการเพิ่มทางเลือกแล้ว ยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อลดปริมาณการจราจร ลดการใช้พลังงาน และลดมลพิษให้กับคนกรุงเทพฯ
“นอกจากนี้ยังมีนโยบาย Home Office ซึ่งอยู่บ้านก็ทำงานได้ โดยจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาการจราจร ลดการใช้พลังงาน โดยให้หน่วยงานรัฐทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วันในตำแหน่งที่ทำงานในลักษณะที่เหมาะสม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุน รวมทั้งนโยบาย Digital Home School อยู่บ้านก็เรียนได้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยจะสนับสนุนการศึกษาผ่านออนไลน์ตามโครงการ Thailand Sharing University เรียนฟรีตลอดชีวิต พร้อมกันนี้พรรคมีแนวนโยบาย Co-Working Space 1 แขวง 1 ออฟฟิต เพื่อลดการใช้พื้นที่สำนักงาน ด้วยการจัดสร้างสำนักงาน สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่นโยบายเหล่านี้ได้รับการตอบรับจากคนกรุงเทพฯเพิ่มมากขึ้นทุกวัน”น.ส.ศุภมาสกล่าวย้ำ


