
นานาทรรศนะหลัง "บิ๊กตู่" ให้กรมทรัพย์สินฯยกคำสิทธิบัตรกัญชาได้
ความเห็นหลัง คสช.ใช้มาตรา 44 ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาสามารถยกคำขอสิทธิบัตรกัญชาได้
ความเห็นหลัง คสช.ใช้มาตรา 44 ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาสามารถยกคำขอสิทธิบัตรกัญชาได้
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ภายหลังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจมาตรา 44 ให้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาสามารถสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรกัญชาได้แม้ว่าจะผ่านขั้นตอนการประกาศโฆษณาแล้วนั้น ก็ทำให้นักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาแสดงความคิดยินดีกับคำสั่งดังกล่าว อาทิ
ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า “คสช.ได้ออกคำสั่งยกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรกัญชาทั้งหมดก่อน พรบ ยาเสพย์ติดออกมา ขอขอบคุณและขอยกเลิกคว่ำบาตรรัฐบาลและ พปชร”
นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระบุว่า “เฮ ลุงตู่ขยับแล้ว!! ใช้อำนาจมาตรา 44 เปิดทางเพิกถอนหรือยกคำขอสิทธิบัตรกัญชาที่ต่างชาติได้ยื่นไว้แล้ว! คนขายชาติหงายท้อง! คนขายชาติอยู่ที่ไหนเสื่อมที่นั่น”
ขณะที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กลับมองอีกมุมว่า “อย่าเพิ่งเฮ คำสั่ง คสช.ยกเลิกสิทธิบัตร ที่ยกเลิกรายเก่าโดยอาศัยมาตรา 9(5) จะสิ้นผลไป แต่พอ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับใหม่) บังคับใช้ (ซึ่งคงจะไม่นานนี้) รายเก่าที่ถูกยกเลิกไปย่อมมีสิทธิกลับมาจดใหม่อีกครั้งได้ “ทันที” คราวนี้จะยกเลิกโดยอาศัยมาตรา. 9(5) ไม่ได้อีกแล้ว
ส่วนที่ว่าใครจะจดสิทธิได้ทั้งนั้น เริ่มเส้นเริ่มต้นก็ไม่เท่ากันแล้ว เพราะไทยไม่เคยมีใครวิจัยในมนุษย์มาก่อน (ซึ่งไม่รู้ว่าอีกกี่ปี่ที่จะไล่ทันต่างชาติได้)
เพราะอย่างไรเสียคนไทยย่อมเสียเปรียบต่างชาติที่มีจุดเริ่มเข้าเส้นชัยก่อนไทย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การมีอำนาจตามมาตรา 44 ทั้งที ถ้าจะอาศัยความเท่าเทียมจริง ควรจะยกเว้นการจดสิทธิบัตรไป 5 ปี ตามเวลาบทเฉพาะกาลของ พรบ. ยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่แต่ผู้ที่ออกกฎหมายคงห่วงเรื่องเวทีระหว่างประเทศมาก กฎหมายจึงออกมาแบบนี้ คนไทยคงต้องอีดสู้ขวากหนามต่อไป”
เช่นเดียวกับ มูลนิธิชีววิถี มองว่า โดยสรุปคำสั่งนี้
1.ไม่ได้เกี่ยวกับการยกคำขอสิทธิบัตรกัญชาโดยตรง
2.ทำให้ชัดเจนว่า ในขณะที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับปรับปรุงแก้ไขยังไม่บังคับใช้ กัญชา และสิ่งที่มีสารสกัดกัญชาเป็นองค์ประกอบ เกลือ อีเทอร์ หรือเอสเทอร์ ของสารสกัดกัญชาถือว่าขัดต่อ มาตรา 9(5) กฎหมายไทยไม่ให้การคุ้มครอง (กรณีเดียวกับบราซิล)
3.กรมทรัพย์สินทางปัญญาสามารถยกคำขอสิทธิบัตรกัญชาได้ แม้ว่าจะผ่านขั้นตอนการประกาศโฆษณาแล้วก็ตาม
สรุปของสรุป เป็นการใช้ม.44 แก้ปัญหาแนวปฎิบัติของกรมฯ ซึ่งที่จริงแล้วกรมฯสามารถดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่เดิมได้อยู่แล้วทั้งสิ้น แต่กลับไม่ยอมดำเนินการ อ้างว่ากลัวขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ (ซึ่งไม่จริง) และขัดกับแนวปฏิบัติเดิมของตน(ข้อนี้จริง) ซึ่งข้อหลังนี้เป็นความบกพร่องของกรมฯล้วนๆ
ม.44 ทำให้กรมฯสามารถโยนความเสี่ยงและปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นให้กับคสช.นั่นเอง
ทั้งนี้ในเวลาต่อมา นายไพศาล และ ดร.อาทิตย์ ก็ได้แชร์โพสต์ของคณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการฯ ม.รังสิต ด้วย
เนื้อหาเต็มคำสั่งดังกล่าว : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/025/T_0092.PDF







