
ฝนถล่มกำแพงสมัยร.3พังเสียหาย
กำแพงเก่าเมืองสงขลาสมัยรัชการที่3 พังเสียหาย คาดสาเหตุมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วง2วันที่ผ่านมา
กำแพงเก่าเมืองสงขลาสมัยรัชการที่3 พังเสียหาย คาดสาเหตุมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วง2วันที่ผ่านมา
เกิดเหตุกำแพงเมืองสงขลา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนจะนะ หน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลา พังลงมาได้รับความเสียหาย โดยจุดที่พังเสียหายอยู่บริเวณกึ่งกลางของกำแพงความยาวประมาณ4 เมตรและสูงจากพื้นจนถึงใบเสมาประมาณ7 เมตร เศษหินกระจายลงมากระจัดกระจายอยู่บนถนน
ทั้งนี้คาดว่ามีสาเหตุมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในช่วง2 วันที่ผ่านมาทำให้ตัวกำแพงซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 174 ปีและสร้างด้วยหินสอปูน ถูกน้ำกัดเซาะจนทำให้ตัวกำแพงบางส่วนที่กำลังเริ่มเสื่อมสภาพพังลงมา และจากการตรวจสอบยังพบว่าบริเวณตัวกำแพงความยาวกว่า148 เมตรยังมีรอยปริอีกหลายจุดเสี่ยงต่อการพังเสียหายหากฝนยังตกหนักต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุทางเทศบาลนครสงขลาได้เข้าสำรวจความเสียหายเพื่อที่จะทำเรื่องเสนอไปยังกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการบูรณะซ่อมแซมต่อไป ทั้งนี้ปัจจุบันกำแพงเมืองสงขลาได้ถูกยกขึ้นเป็นโบราณสถานเรียบร้อยแล้ว
สำหรับประวัติความเป็นมาของกำแพงเมืองสงขลา สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯมีท้องตราลงมาให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง)สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2379 โดยพระราชทานยกเงินภาษีอากรเมืองสงขลาให้ 200 ชั่ง แต่ก่อกำแพงไม่ทันแล้วเสร็จ หัวเมืองมลายูเป็นกบฏ (พ.ศ.2381)
ยกทัพมาเผาเมืองจะนะแล้วเลยเข้าตีเมืองสงขลา พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) รักษาเมืองไว้จนทัพหลวงจากรุงเทพฯยกลงมาช่วยตีทัพกบฏมลายูแตกกลับไป และทัพหลวงจึงได้ช่วยก่อกำแพงเมืองสงขลาจนสำเร็จเมื่อ พ.ศ.2385
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองสงขลาก่อด้วยหินสอปูน มีเชิงเทินใบเสมาเป็นรูปป้อม มีป้อม 8 ป้อม แต่ละป้อมมีปืนใหญ่กระสุน 4 นิ้ว ป้อมละ 3-4กระบอก ประตูเมืองเป็นซุ้มใหญ่ 10 ประตู กับมีประตูเล็กอีก10ประตูโดยรอบ แต่ขณะนี้เหลือแต่กำแพงด้านถนนจะนะ ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์สถานแห่ง ชาติสงขลา กับที่ถนนนครในเท่านั้น







