
หญิงหน่อย ยกย่อง "หมอหงวน-ทักษิณ" ที่ริเริ่มบัตรทอง30บาท
คุณหญิงสุดารัตน์ ยกย่อง “หมอหงวนกับทักษิณ” ที่สร้างและผลักดันโครงการ30บาทรักษาทุกโรคทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาและมีสุขภาพดี
คุณหญิงสุดารัตน์ ยกย่อง “หมอหงวนกับทักษิณ” ที่สร้างและผลักดันโครงการ30บาทรักษาทุกโรคทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาและมีสุขภาพดี
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) อดีต รมว.กระทรวงสาธารณะสุข โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงวันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสากล 12 ธ.ค.นี้ ว่า "17ปีที่คนไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นับตั้งแต่ปี2544ประเทศไทยเราได้สร้างประวัติศาสตร์ในการทำโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำเร็จได้รับการยอมรับและชื่นชมขององค์การอนามัยโลกรวมทั้งระดับนานาชาติ
17ปีที่แล้วดิฉันยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ดิฉันได้เป็นตัวแทนคนไทยไปบอกเล่าความสำเร็จของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าบนเวทีการประชุมใหญ่ขององค์การอนามัยโลกหรือWHO โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดขึ้นได้จากความคิดและความทุ่มเทของ “หมอหงวน” นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ คุณหมอผู้เสียสละ ผู้อุทิศตนเองเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข ที่ต้องการเห็นคนไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2543 คุณหมอสงวน ได้นำโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาเสนอต่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นกำลังเริ่มก่อตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เพื่อให้พรรคกำหนดเป็นนโยบาย ซึ่งในเวลานั้นคุณหมอหงวนก็ไปนำเสนอโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับทุกพรรคการเมือง แต่มีเพียง ดร.ทักษิณ เท่านั้นที่สนใจอยากผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จในประเทศไทย
เมื่อ ดร.ทักษิณ ได้ศึกษาโครงการจากคุณหมอสงวน ก็เล็งเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจำนวนมาก เป็นการเปิด”โอกาส”ให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมทั่วถึง และยังจะช่วยลดภาระรายจ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวไทยทั้งทางด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจ
ดร.ทักษิณ จึงนำโครงการหลักประกันสุขภาพมาเป็นนโยบายหลักของพรรคไทยรักไทย โดยใช้ชื่อเรียกสั้นๆว่า “โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค” เมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล ก็ได้ผลักดันโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจนสำเร็จส่งผลให้คนไทยทุกคนได้มี "โอกาส" เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันเรียกว่า “บัตรทอง"
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 17 ปีที่ผ่านมา โครงการหลักประกันสุขภาพ หรือ “โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค” ไม่เพียงแต่ทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการเจ็บป่วย เสียชีวิตจากการเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล เพิ่มพลังพลเมืองที่มีคุณภาพให้ระบบเศรษฐกิจไทย และยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคม
มีตัวเลขในเชิงประจักษ์จากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ทำการสำรวจ และพบว่าตั้งแต่ปีพ.ศ 2545 ครัวเรือนที่ประสบภาวะวิกฤตทางการเงินจากภาระค่ารักษาพยาบาลลดลงจาก 4.06% เหลือเพียง 2.09 % ในปีพศ 2560 และครัวเรือนที่ยากจนลง เพราะการรักษาพยาบาลลดลงจาก 1.33 % เหลือเพียง 0.29% ในปี 2560
โครงการหลักประกันสุขภาพ หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จึงเป็นโครงการที่ทั่วโลกให้การยอมรับและถือว่าประเทศไทยเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ ตลอดระยะเวลา 17 ปี โครงการนี้ได้พิสูจน์และประจักษ์ชัดว่า ช่วยให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ตั้งแต่การให้ "โอกาส" ประชาชนคนไทยทุกคน ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาล ทำให้มีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ไม่ต้องเดือดร้อนหรือล้มละลายเพราะค่ารักษาพยาบาล
ดิฉันในฐานะคนทำงาน ที่เวลานั้นรับภารกิจเป็นผู้ผลักดันการดำเนินโครงการนี้ให้สำเร็จ จึงขอคารวะและยกย่องต่อการทุ่มเทและความเสียสละของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้คิดค้นโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและช่วยทำงานอย่างหนักจนสามารถทำให้โครงการสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากปราศจากความเสียสละ ของนพ.สงวน โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าคงไม่สามารถสำเร็จได้ในประเทศไทย
ขอขอบคุณและยกย่องบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทุกท่านที่ได้เสียสละทุ่มเทการทำงานจนทำให้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเริ่มต้นได้ด้วยความสำเร็จ และดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้นำมาซึ่งสุขภาพที่ดีและความมั่นคงของคนไทย และสุดท้ายหากปราศจากความกล้าตัดสินใจและความห่วงใยต่อพี่น้องคนไทยของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ขอคารวะต่อทุกท่านที่ทำให้เกิดโครงการที่นำมาซึ่งความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจของพี่น้องคนไทยอย่างยั่งยืน"







