posttoday
ร่วมกันขจัดคนชั่วของแผ่นดิน

ร่วมกันขจัดคนชั่วของแผ่นดิน

28 ตุลาคม 2553

ภาคประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือกับกองทัพ และร่วมมือขจัด “คนชั่วของแผ่นดิน” ที่คิดการใหญ่ มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าการล้มรัฐบาล ไปสู่การล้มราชบัลลังก์....

ภาคประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือกับกองทัพ และร่วมมือขจัด “คนชั่วของแผ่นดิน” ที่คิดการใหญ่ มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าการล้มรัฐบาล ไปสู่การล้มราชบัลลังก์....

โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.คนใหม่ ประกาศเสียงดังฟังชัดเรียกร้องให้คนไทยทุกคนรวมพลังกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่คนบางกลุ่มพยายามปลุกระดมกล่าวหาจาบจ้วงพระองค์ท่านมาโดยตลอด และประกาศพร้อมเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมากับกลุ่มคนที่เหิมเกริม นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือน “ขบวนการล้มเจ้า” ไม่น้อย

ร่วมกันขจัดคนชั่วของแผ่นดิน

การเปลี่ยนแปลง เหิมเกริม จาบจ้วง ละเมิด และดูถูกดูหมิ่น ทำลายความน่าเชื่อถือทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสถาบันสูงสุด จึงเป็นเรื่องที่ประนีประนอม ปรองดองและสมานฉันท์ไม่ได้ เพราะนี่คือ “ผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติ” ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับว่า “ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

คนไทยรู้มานานแล้วว่า มี “ขบวนการล้มเจ้า” จริง และมีมานานแล้วจนเป็นเหตุผลหนึ่งที่คณะทหารอ้างเหตุผลและความจำเป็นในการยึดอำนาจ ในระยะนั้นนักการทูตฝรั่งในไทยบางรายถึงกับหลงละเมอไปกับการโฆษณาชวนเชื่อกับขบวนการล้มเจ้า จนกระทั่งได้เห็นประชาชนนับล้านคนใส่เสื้อเหลืองจากทุกสารทิศมาเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมืดฟ้ามัวดิน จึงทำให้เขาต้องคิดใหม่และตระหนักว่า คนไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นของคู่กันในอดีต ปัจจุบัน อนาคต

หลังจากปี 2547 ขบวนการล้มเจ้าได้ เคลื่อนไหวมากขึ้นทั้งทางกว้างและลึก ทั้งทางเปิดและทางลับอย่างเป็นระบบ ขบวนการมีการโจมตีสถาบันสูงสุดผ่านสื่อต่างๆ นอกจากนั้น มีการอบรมล้างสมองให้เกลียดสถาบันสูงสุดในหลักสูตรการเมือง การโฆษณาชวนเชื่อแบบปากต่อปาก เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ขบวนการล้มเจ้านิยมใช้ บางคนเหิมเกริมถึงกับขึ้นกล่าวปราศรัยในที่สาธารณะอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย คนไทยกลุ่มหนึ่งในอเมริกาได้ประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่าอยู่ในขบวนการล้มเจ้า โดยเปิดเว็บไซต์เผยแพร่ข้อความและภาพตัดต่อหมิ่นสถาบันอย่างกว้างขวาง โดยคิดว่าทางการไทยไม่มีทางทำอะไรพวกตนได้

นักการเมืองและนักวิชาการบางคนพยายามยกโมเดลการปฏิวัติฝรั่งเศส โมเดลโรมานอฟ โมเดลเนปาล โมเดลฮุนเซน มาเป็นตัวอย่าง|ปลุกระดมให้คนคิดถึงแนวทางการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ในไทย สื่อแนวร่วมบางรายใช้วิธีสื่อความหมายด้วยภาพและข้อความที่ยุยงให้คนคิด

แกนนำในขบวนการมีทั้งอดีตนักศึกษาที่เคยเข้าป่าและฝังใจมาตั้งแต่กรณี 6 ต.ค. 2519 มีการโฆษณาชวนเชื่อกันในกลุ่มให้เข้าใจผิดต่อสถาบันสูงสุด มีการร่วมมือกับกลุ่มทุนแม้เป็นทุนสามานย์ไปล้มเจ้า มีการชักชวนคนวงในให้มาร่วมกัน “เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไทย” ด้วยการสร้าง “รัฐไทยใหม่” คนเหล่านี้มีกลวิธีอันแยบยลโดยจะไม่โจมตีสถาบันสูงสุดโดยตรง เพราะรู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้ จึงหาทางกัดกร่อนทีละน้อยด้วยการโจมตีเชิงสัญลักษณ์ เช่น โจมตีประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาบันสูงสุดโจมตีศาลยุติธรรม ซึ่งตัดสินในพระปรมาภิไธย ยิงจรวดอาร์พีจีใส่วัดพระแก้ว ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อเบื้องบนทั้งที่รู้ว่าเบื้องบนทำอะไรไม่ได้ ใช้กฎหมายหมิ่นสถาบันเป็นเครื่องมือบ่อนทำลาย เป็นต้น คนพวกนี้พูดเสมอว่า พวกเขา “รอได้” คำถามคือ พวกเขารออะไร

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีการโฆษณาชวนเชื่อทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อสถาบันอย่างกว้างขวางในภาคอีสานและภาคเหนือ โดยเฉพาะในภาคอีสานมีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงเชื่อกับการโฆษณาชวนเชื่อ

การเคลื่อนไหวในการบ่อนทำลายสถาบันสูงสุด สถาบันศาล และสถาบันทหาร ที่ผ่านมา ก็เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ มีการเคลื่อนไหวทั้งในวงปิดและวงเปิดด้วยการพูดให้ประชาชนเข้าใจว่า ขณะนี้ สถาบัน ทหาร ศาล “พึ่งไม่ได้” แล้ว ดังนั้น ประชาชนลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง นั่นคือ “การทำสงครามประชาชน” เท่ากับเป็นการปลุกระดมให้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านโดยตรง

การที่ขบวนการล้มเจ้าขยายตัวอย่างกว้างขวางนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้ปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง หรือดำเนินการไม่ทันกับการขยายตัวของขบวนการ ทั้งที่ไม่มีอะไรเลยที่จะต้องลังเลใจในเมื่อการบ่อนทำลายสถาบันสูงสุดเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เป็นประเด็นที่ประนีประนอมไม่ได้ กลับปล่อยให้มีการโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงอย่าง กว้างขวาง ผ่านสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ผ่านวิทยุชุมชน ผ่านการอบรมที่ผลิตแกนนำออกไปได้หลายสิบรุ่นเป็นร้อยๆ คน ขบวนการล้มเจ้าได้เคลื่อนไหวก้าวหน้าไปไกลกว่าที่เราคิด การที่รัฐบาลและผู้รับผิดชอบไม่ตัดไฟแต่ต้นลม ในที่สุด ประเทศก็ต้อง “จ่ายแพง” อย่างที่ไม่ควรเป็น คล้ายกับจัดการกับกลุ่มก่อการจลาจลที่เราต้องจ่ายแพงด้วยชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงของชาติ และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี หัวหน้าผู้บังคับใช้กฎหมาย ต่างได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุด เราหวังว่านับแต่นี้ไปประชาชนคงจะเห็นการดำเนินการต่อขบวนการล้มเจ้าอย่างจริงจัง

ภาคประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือกับกองทัพ และร่วมมือขจัด “คนชั่วของแผ่นดิน” ที่คิดการใหญ่ มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าการล้มรัฐบาล ไปสู่การล้มราชบัลลังก์

เราต้องช่วยกันแยก “คนชั่ว” ออกจาก “คนดี” และช่วยกันกำจัดคนชั่วออกไป หากคนชั่วพวกนั้นยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนตัวเป็น “คนดี” ของแผ่นดิน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69