
สวมรอยแม่บ้านมหาภัย ก่อเหตุพักเที่ยงฉกทรัพย์
เป็นที่ฉงนสงสัยมานานว่าเหตุใดข้าวของที่วางไว้บนโต๊ะทำงานในออฟฟิศได้หายไป
เป็นที่ฉงนสงสัยมานานว่าเหตุใดข้าวของที่วางไว้บนโต๊ะทำงานในออฟฟิศได้หายไป
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
เป็นที่ฉงนสงสัยมานานว่าเหตุใดข้าวของที่วางไว้บนโต๊ะทำงานในออฟฟิศได้หายไป
กรณีนี้อาจดูเล็กๆ แต่ก็สร้างความบาดหมางในหมู่เพื่อนร่วมงานจนเป็นที่ระแวงเคืองกันเป็นจำนวนมาก
จวบจนกระทั่งตำรวจตามจับมิจฉาชีพที่แต่งตัวเป็นแม่บ้านตระเวนฉกทรัพย์ตามตึกสำนักงานต่างๆ ที่มีพฤติกรรมแต่งกายคล้ายแม่บ้าน อาศัยช่วงเวลาพักกลางวันลักลอบเข้าไปลักทรัพย์สินของมีค่าในที่ทำการบริษัทบนอาคารสำนักงานต่างๆ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดิน
ท้องที่สาวแสบรายนี้ชอบไปก่อเหตุคือ สน.ทองหล่อ สน.ลุมพินี และ สน.พญาไท ทำให้พนักงานบริษัทจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลายจุดที่คนร้ายเข้าไปขโมยของและทรัพย์สิน รวมถึงนำบัตรเครดิตไปรูดซื้อโทรศัพท์มือถือในห้างมาบุญครองไปขายต่อในราคาถูก
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) สามารถจับกุม น.ส.มนัญชยา หรือ “เดี่ยว” ศิลาโรจน์ อายุ 26 ปี ที่ก่อคดีลักทรัพย์ตามสำนักงานต่างๆ กลางใจเมืองหลวง อาศัยช่วงเวลาพักเที่ยงที่พนักงานไปรับประทานข้าว แฝงตัวเป็นแม่บ้านบุกย่องเข้าไปขโมยของมีค่า กระทั่งเป็นข่าวครึกโครม เพราะที่ผ่านมาเธอก่อเหตุลักขโมยมากว่า 4 ปี นั้นเป็นเพราะความช่ำชองในการลักทรัพย์ หรือเป็นเพราะความประมาทของเจ้าทรัพย์ด้วยที่ไม่ได้ระมัดระวัง
พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้กำกับฝ่ายสืบสวน (ผกก.สส.) บก.น.5 เผยถึงแนวทางการจับกุม น.ส.เดี่ยว ให้ฟังว่า มีพนักงานออฟฟิศ โดยเฉพาะในพื้นที่สีลม ลุมพินี ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่จำนวนมาก แจ้งความว่าช่วงพักเที่ยงทรัพย์สินมีค่าของตนเองหายไป และจับมือใครดมก็ไม่ได้ ผมจึงประสานให้ตำรวจท้องที่เข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และล่าสุดก็ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของคนร้าย โดยได้มาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายแต่งกายคล้ายชุดพนักงานทำความสะอาด เข้าไปลักทรัพย์โทรศัพท์แบล็คเบอร์รี่ 2 เครื่องของพนักงานภายในสำนักงานชั้น 12 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม ถนนชิดลม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.
“ผมจึงนำภาพนั้นไปเปรียบเทียบกับทะเบียนราษฎร และมาทราบชื่อเอาว่าคนในภาพคือ น.ส.เดี่ยว สืบประวัติย้อนหลังต้องตะลึง เพราะคนร้ายก่อเหตุมาแล้วเกือบ 10 ปี พูดง่ายๆ ก็เคยทำตั้งแต่เป็นเยาวชน ถูกจับไปทัณฑสถานหญิงก็ยังไม่เข็ด ออกมาก็มาก่อเหตุอีก ที่สำคัญคือคนร้ายคนนี้พอพ้นโทษออกมาก็มีการชักชวนกันภายในทำเป็นขบวนการ และที่ผ่านมาก็ได้ทรัพย์ไปเป็นจำนวนมาก เราจึงขอหมายจับเพื่อรวบตัว”
พ.ต.อ.สมบัติ ยังเผยลำดับขั้นตอนการเข้าไปจับกุมให้ฟังอีกว่า เมื่อทราบชื่อและได้หมายจับมา ก็ต่อเนื่องมายังที่อยู่ของคนร้ายคือที่บ้านเลขที่ 71/40 ซอยวัดอัมพวา แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. ส่งกำลังไปเฝ้าเพื่อจับกุมแต่ก็ไม่พบ จึงสืบเสาะไปอีกจนพบว่าคนร้ายได้มาอยู่ที่ปากซอยเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก และหน้าปากซอยจะมีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จึงไปดักที่ร้านดังกล่าว ใช้เวลาไม่นานก็พบคนร้ายและเข้ารวบตัวทันที
“เมื่อจับกุมมา ผมถามไปว่าทำมาแล้วกี่ครั้ง นานหรือยัง เธอแจ้งว่าเริ่มก่อเหตุลักทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2549 โดยทำกับเพื่อนอีก 4 คน ต่อมาปี 2552 หันมาก่อเหตุเพียงคนเดียว ก่อเหตุมาแล้ว 35 ครั้ง ได้ทรัพย์สินกว่า 8 แสนบาท โดยแต่งกายคล้ายพนักงานทำความสะอาดก่อนตระเวนไปตามอาคารสูงลักทรัพย์โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ ของพนักงานออฟฟิศตอนช่วงพักเที่ยง ถ้าได้บัตรเครดิตก็จะเอาไปรูดซื้อสินค้า ทำมานานกว่า 5 ปีแล้ว ส่วนเงินที่ได้อ้างว่านำไปเลี้ยงลูกและใช้จ่ายประจำวัน โดยจะเลือกอาคารสำนักงานที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้า ทั้งใต้ดินและลอยฟ้า เพราะทรัพย์สินที่ได้มาจะเป็นบัตรเครดิต เมื่อได้บัตรมาก็จะรีบเดินทางไปรูดซื้อโทรศัพท์ทันทีก่อนที่เจ้าทุกข์จะรู้ตัวและอายัดบัตร ในส่วนของกลุ่มแก๊งที่เคยก่อเหตุร่วมกัน ขณะนี้กำลังดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีเช่นกัน เราไม่ยอมปล่อยไว้ให้ลอยนวลแน่”
นอกจากนี้ คนร้ายยอมรับว่าที่ก่อเหตุเพราะหาเงินได้ง่าย อีกทั้งช่องทางหยิบฉวยก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะความประมาทของพนักงานออฟฟิศที่คิดว่าคงไม่มีอะไร ทรัพย์สินวางไว้ที่เดิมก็ได้ไม่มีปัญหา แต่ที่จริงแล้วถือเป็นช่องทางของเหล่ามิจฉาชีพที่จ้องจะเล่นงานอยู่แล้ว
ผกก.สืบสวนแห่งนครบาล 5 เล่ารายละเอียดในการลักทรัพย์ของ น.ส.เดี่ยว ว่า เมื่อตอนเป็นเยาวชนก็จะอาศัยชุดนักเรียนนักศึกษาทำทีขึ้นไปขายสติกเกอร์ หรือขายดอกไม้ให้กับเหล่าพนักงานออฟฟิศ โตมาก็ทำทีเป็นแม่บ้าน แต่งชุดเพื่อตบตา และเลือกก่อเหตุเฉพาะตอนพักกลางวัน หรือใกล้เที่ยง เพื่อดูลาดเลา และหากสบจังหวะก็จะหยิบฉวยทันที โดยเธอจะเลือกโทรศัพท์มือถือ หรือกระเป๋าสตางค์ที่จะเอาแต่บัตรเครดิตและเงิน โดยเฉพาะสำนักงานย่านสีลม ลุมพินี รวมทั้งหมด 36 สำนักงาน ประกอบด้วย
สหพัฒนพิบูล, มณียา, เอ็มโพเรียม, บางกอกทาวเวอร์, รสาทาวเวอร์, ไทยซีซี, ลิเบอร์ตี้, คิวเฮ้าส์ สาทร, ทิปโก้, สินธร, ชินวัตร 1, ซันทาวเวอร์, อื้อจือเหลียง, เพลินจิตเซ็นเตอร์, แปซิฟิก 2, เดอะเนชั่น, สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด, ยูบีซี, ชินวัตร 3, ริชมอนด์, บางนาธานี, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, อิตัลไทย, ชาญอิสระ 2, ออลซีซั่น, ปตท.สำนักงานใหญ่, สาธรซิตี้ทาวเวอร์, ลุมพินีทาวเวอร์, ห้างโลตัสพระราม 4, เอ็มไพร์ทาวเวอร์, 285 อโศก, ยิปซั่ม, ช้าง, เซ็นทรัล ชิดลม และอาคารไม่ทราบชื่ออีก 2 แห่ง ย่านเอกมัย และประตูน้ำ
มองกันเช่นนี้ถือว่าพิษภัยของคนร้ายมีความอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเข้านอกออกในสำนักงานแต่ละท้องที่ได้อย่างสบาย การดูแลเข้มงวดในการตรวจสอบคนแปลกหน้าแต่ละท้องที่จึงต้องทำกันอย่างจริงจัง







