ถูกรื้อทิ้ง!"เรือส้ม-ฟ้า"หลักฐานประวัติศาสตร์ "สึนามิ"
ภาคประชาชนเผยเรือประมงถูกซัดเกยตื้นจากเหตุการณ์สึนามิปี59 ที่ภาครัฐทุ่มงบซื้อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์กำลังถูกรื้อทิ้ง
ภาคประชาชนเผยเรือประมงถูกซัดเกยตื้นจากเหตุการณ์สึนามิปี59 ที่ภาครัฐทุ่มงบซื้อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์กำลังถูกรื้อทิ้ง
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นายไมตรี จงไกรจักร ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ และตัวแทนเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Maitree Jongkraijug ระบุว่า เรือประมง 2 ลำ สีส้มและสีฟ้า ที่ถูกพัดมาเกยตื้นบริเวณ บ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มจังหวัดภาคใต้ของไทยเมื่อเดือนธ.ค.2559 และ ภาครัฐได้ใช้งบประมาณจัดซื้อเรือทั้ง 2 ลำเพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้น ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จ้างผู้รับเหมามารื้อเรือ 2 ลำดังกล่าวทิ้ง
ข้อความที่นายไมตรีระบุไว้มีดังนี้
#มันพังลงแล้วครับ เจตนาลบความทรงจำ สึนามิ หรือ
คงเหลือแค่ภาพความทรงจำ เรื่อส้ม-ฟ้า อนุสรณ์ สึนามิ
หลังกระทรวงวัฒนธรรม อาจจงใจล้าง บันทึกประวัติศาสตร์ สึนามิ
กระทรวงวัฒนธรรมจงใจหรือเปล่าที่จะล้างประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อเขาจ้างผู้รับเหมารื้อเรือ 2 ลำนี้ทิ้งไปเสียแล้ว (ในช่วงที่รื้อกันอยู่ ยังเกิดไฟใหม้ด้วยซ้ำ)
คงเคยจำกันได้ ว่ากระทรวงวัฒนธรรม เคยซื้อเรือ 2 ล้ำนี้ไว้ ด้วยงบประมาณ 11,000,000 บาท ให้เป็นประวัติศาสตร์จารึกให้ประเทศไทย ว่าเราเคยสูญเสียชีวิตคน กว่า 5 พันคน ในอันดามัน เพื่อให้ลูกหลานเรียนรู้สืบไป
กระทรวงวัฒนธรรม “เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า”. กระทรวง ไม่ได้เห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์เหมือนที่กล่าวอ้าง หรืออาจเป็นเพราะรัฐบาลที่ไร้หัวใจ จึงรื้อลำเรือทิ้งไป ช่างไร้ค่าก่อนคิดปั้นปูนขึ้นมาแทนที่ ช่างคิดได้อย่างไร ไม่อายเด็ก มันจะเป็นประวัติศาสตร์ได้อย่างไร
วิธีคิดก็ผิดแล้ว อนุมัติงบสร้างพิพิธภัณฑ์เรือสึนามิ แต่ไม่อนุมัติงบซ่อมเรือ (คิดได้งัย) ต่อมาก็หางบรื้อเรือทิ้งเสีย เลย
อยากรู้จังว่าในกระทรวงนี้ ใครใช้สมองส่วนไหนคิด
#สึนามิคือบทเรียนประเทศไทย
#รัฐบาลล้างประวัติศาสตร์ที่ควรจารึกด้วยการรื้อทำลายทิ้เสีย
บางคน เคยว่าผม “ก็แค่เรือประมง 2 ลำ อะไรกันนักหนา”







