
พธม.ค้านรบ.ชงบันทึกเจบีซีไทย-กัมพูชา3ฉบับเข้าสภา
พธม.บุกสภาฯค้านรบ. ชงบันทึกเจบีซีไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ เข้าสภา เสนอ 5 ข้อ ปลดล็อคปัญหาพระวิหาร จี้เปลี่ยนตัวปธ.เจบีซีก่อนทำไทยเสียเสียดินแดน
พธม.บุกสภาฯค้านรบ. ชงบันทึกเจบีซีไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ เข้าสภา เสนอ 5 ข้อ ปลดล็อคปัญหาพระวิหาร จี้เปลี่ยนตัวปธ.เจบีซีก่อนทำไทยเสียเสียดินแดน
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 08.00 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายวีระ สมความคิด และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ในฐานะแกนนำกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนหัวใจรักชาติกว่า 30 คน ได้รวมตัวประท้วงที่หน้ารัฐสภา เพื่อคัดค้านวาระการพิจารณากรอบบันทึกข้อตกลงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เอ็มโอยู 2543) และรายงานบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) กระทั่งเวลา 10.00 น. จึงนำคณะเดินทางไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่อองค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย หรือ (ยูเอ็น)
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ ร่วมกันแถลงภายหลังยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการนำบันทึกข้อตกลงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เอ็มโอยู 2543) เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา
โดยนายปานเทพกล่าวว่า กรณีที่เครือข่ายฯและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นร่วมกันในเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชาผ่านสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเห็นสอดคล้องกันที่จะยึดหลักสันปันน้ำบริเวณรอบปราสาทพระวิหารและเห็นพ้องว่า กัมพูชาได้รุกล้ำดินแดนอธิปไตยไทย บัดนี้ผ่านไป 3 เดือน นอกจากจะไม่มีความคืบหน้าหรือความชัดเจนใดๆที่จะผลักดันกองกำลังกัมพูชาบริเวณรอบปราสาทแล้ว ยังมีความพยายามรุกล้ำดินแดนเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงตามเอ็มโอยูปี 2543 นอกจากนี้ รัฐบาลยังยืนยันที่จะนำบันทึกผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี) ทั้ง 3 ฉบับ ให้รัฐสภารับรอง
นายเทพมนตรี กล่าวว่า เครือข่ายฯจึงขอเรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1.ขอให้รัฐบาลยกเลิกการนำบันทึกการประชุมเจบีซีดังกล่าวที่อยู่ในวาระการประชุมร่วมรัฐสภา เข้าสู่การพิจารณา และยกเลิกกรอบการเจรจาเมื่อเดิอนตุลาคม 2551 และเปลี่ยนตัวนายวศิน ธีรเวชญาณ ออกจากการเป็นประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาฝ่ายไทย 2.ขอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการที่นักวิชาการ ภาคประชาชนเป็นแกนหลัก ดำเนินการหาแนวทางให้มีการถอนปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีมรดกโลก 3.ขอให้ยกเลิกเอ็มโอยูการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ฉบับวันที่ 14 มิถุนายน 2553 4.ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้ฝ่ายกัมพูชา ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารภายใน 7 วัน และคืนสภาพแสดล้อมบริเวณบันไดทางขึ้น ดำเนินการล้อมรั่วลวดหนามและจัดกำลังทหารไทยออกลาดตระเวนโดยรอบปราสาทและชะง่อนหน้าผาเปยตาดีหรือตลอดแนวสันปันน้ำ 5.ขอให้รัฐบาลจัดทำกรอบการเจรจาใหม่โดยรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางและจัดทำเอ็มโอยูไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกฉบับใหม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
“หากรัฐสภารับรองกรอบการประชุมทั้ง 3 ฉบับจะทำให้กัมพูชาสามารถจัดทำแผนจัดการพื้นที่รอบเขาวิหารได้ทันที โดยจะมีการผนวกดินแดนไทยเจ้าไปด้วยซึ่งจะมากกว่า 4.6 ตารางกิโลเมตรที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่ ทั้งนี้ทางการไทยควรมีการชี้แจงเรื่องนี้ต่อนานาชาติในเชิงรุกด้วยไม่ใช่เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว เพราะตอนนี้นานาประเทศเริ่มเชื่อกัมพูชาแล้วว่าถูกไทยรังแกรุกราน ทั้งที่ความเป็นจริงมีแต่กัมพูชาที่รุกรานเล่นเกมกับไทยก่อน ดังนั้น ควรให้ภาคประชาชนดำเนินการเรื่องนี้เพื่อล้มการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพื่อให้คนกัมพูชาตั้งคำถามกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชาบ้าง” นายเทพมนตรื กล่าว
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เชื่อว่าการประชุมร่วมรัฐสภาในวันนี้อาจจะไม่มีการพิจารณาบันทึกการประชุมทั้ง 3 ฉบับ เนื่องจาก ส.ส. และ ส.ว. คงติดภารกิจเรื่องน้ำท่วม แต่เชื่อว่าจะมีการเปิดเรื่องไว้ก่อน แล้วจะมีการพิจารณาในสัปดาห์ต่อไป







