
สมเด็จพระเทพฯเสด็จโคราช เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมาเพื่อทรงเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมหนัก โดยมีนายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา ถวายสรุปรายงานพื้นที่ความเสียหายของจังหวัด นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ถวายรายงานและสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ถวายรายงานการดำเนินการช่วยเหลือผู้ป่วยและการบริหารจัดงานแก้ไขปัญหาหลังถูกน้ำท่วมหนัก
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นห่วงประชาชนที่ถูกน้ำท่วมอาจจะเกิดภาวะเครียด และน้ำจะเกิดการเน่าเสีย ทุกฝ่ายจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร จากนั้นได้พระราชทานถุงยังชีพแก่ตัวแทนประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จ 40 ชุด แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 จัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยและทอดพระเนตรพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในเขต ต.ท่าช้าง จ.นครราชสีมา ริมแม่น้ำมูล ระยะทาง 4 กิโลเมตร
vน้ำชีหนุนกาฬสินธุ์วิกฤตจ่อท่วม 5 หมื่นไร่
น้ำเหนือจาก จ.นครราชสีมา ที่ไหลมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำชี ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกินระดับปกติไปแล้วถึง 90 เซนติเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมวัด สถานีอนามัย และบ้านเรือนราษฎรแถบลุ่มน้ำ ความแรงของน้ำยังเจาะพนังกั้นแม่น้ำชียาวถึง 10 เมตร คาดว่าในอีก 23 วัน น้ำจาก จ.ชัยภูมิ และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จะไหลมาถึง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วม อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ และ อ.กมลาไสย ทำให้นาข้าวอีกกว่า 5 หมื่นไร่เสียหาย ขณะเดียวกันสั่งอพยพชาวบ้านที่อยู่แถบลุ่มน้ำไปอยู่ในสูง
vสัตว์เลี้ยงเริ่มขาดอาหารล้มป่วยอื้อ
สถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ ยังมีน้ำในแม่น้ำชีล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมในหลายพื้นที่ต่อเนื่อง หนักสุดใน 3 อำเภอ ที่มีต้นแม่น้ำชีไหลผ่านจาก อ.หนองบัวแดง ผ่านเข้าท่วมเขต อ.บำเหน็จณรงค์ บ้านเขว้า และจัตุรัส สูงกว่า 1.5 เมตร
โดยเฉพาะ ต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า ราษฎรได้รับความเดือดร้อนหนักสุดใน 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้านหางเรียง ท่าแจ้ง วังกุ่ม วังโพธิ์ทอง คลองโลโพธิ์ โนนน้อย และแผ่นดินทอง กว่า 700 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมจมบาดาล ถนนสายบ้านวังกุ่มท่าแจ้ง และคลองโลโพธิ์ ถูกตัดขาดเป็นสองสายระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร ชาวบ้านไม่สามารถเข้าออกได้ ทาง อ.บ้านเขว้า ต้องเร่งนำเรือท้องแบนวิ่งรับส่งคนป่วย เนื่องจากสถานีอนามัยบ้านโนนน้อยถูกน้ำท่วมเสียหาย
นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนได้ออกจากพื้นที่มาตั้งเต็นท์พักที่ริมถนนสายช่วงบ้านท่าลี ต.ละหาน อ.จัตุรัส มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันสถานการณ์ปริมาณน้ำแม่น้ำชีล้นตลิ่งยังมีแนวโน้มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิทั้ง 25 ชุมชน ปริมาณน้ำลดระดับและเข้าสู่ภาวะปกติ
vน้ำมูลท่วมบุรีรัมย์สุรินทร์ข้าวหอมจม 5 พันไร่
ระดับปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เอ่อท่วมบ้านเรือน วัด ถนน และไร่นา ใน อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ทำให้ 4 หมู่บ้าน 2 ตำบล จมน้ำกว่า 1 เมตร หนักสุดในรอบ 30 ปี ชาวบ้านและพระสงฆ์ต้องใช้เรือในการสัญจร เนื่องจากน้ำไหลทะลักเข้าท่วมโรงเรียนและบ้านเรือน เช่นเดียวกับ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ต.บ้านจาน มีทหารจากจังหวัดทหารบกกว่า 50 นาย พร้อมครูและชาวบ้านต้องลุยน้ำเข้าไปช่วยขนย้ายสมุด หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนการสอน ภายในโรงเรียนบ้านบุ่งเบา ต.บ้านจาน ขึ้นไปเก็บไว้บนชั้น 2 เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเสียหาย
ที่ จ.สุรินทร์ ปริมาณน้ำจากแม่น้ำมูลที่ไหลหลากจาก จ.นครราชสีมา กับ จ.บุรีรัมย์ และปริมาณน้ำจากแม่น้ำชูไหลจาก อ.โพนพิสัย จ.มหาสารคาม ได้มารวมกันที่แม่น้ำมูล บริเวณ ต.สระขุด อ.ชุมพลบุรี ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ซึ่งใกล้ช่วงเก็บเกี่ยวเสียหายแล้วกว่า 5,000 ไร่ รวมทั้งสถานีอนามัยบ้านอ้อตลิ่งชัน ต.สระขุด ที่ต้องขนทรัพย์สินของสถานีอนามัยขึ้นไว้ที่สูง สำหรับพื้นที่ ต.สระขุด อ.ชุมพลบุรี ถือว่าเป็นพื้นที่แรกที่ปริมาณน้ำจะไหลสู่แม่น้ำมูลกินพื้นที่ทั้ง จ.สุรินทร์ ตั้งแต่ อ.ชุมพลบุรี ท่าตูม และรัตนบุรี รอยต่อกับพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ตามลำดับ
vอพยพ 25 ชุมชนอุบลฯ หนีน้ำท่วม
ชาวบ้าน 25 ชุมชนในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้อพยพประชาชนหนีภาวะน้ำท่วมแล้ว ขณะที่นายสุรพล สายพันธ์ ผวจ.อุบลราชธานี ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด คาดว่าปริมาณน้ำจำนวนมากจะไหลเข้าสู่ จ.อุบลราชธานี วันที่ 26 ต.ค.นี้
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ นาคประดา ผวจ.ยโสธร ได้สั่งการให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำในจังหวัดอื่นๆ จะไหลเข้า จ.ยโสธร ซึ่งมาด้วยกันสองทาง คือ มาจาก จ.ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ก่อนที่จะไหลเข้าสู่ จ.ยโสธร อีกทางคือปริมาณน้ำที่มาจาก จ.อุบลราชธานี อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ได้ไหลเข้ามาถึง จ.มหาสารคาม คาดว่า 34 วัน น่าจะมาถึง จ.ยโสธร สำหรับแม่น้ำมูลที่ครอบคลุมพื้นที่ จ.ยโสธร ไหลผ่าน 14 อำเภอ ซึ่งตอนนี้ปริมาณน้ำทรงตัวต่ำกว่าตลิ่งเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม หากปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลมาจาก จ.ชัยภูมิ มาถึง จ.ยโสธร นั้น ทางจังหวัดก็เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว จุดที่น้ำท่วมแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ น้ำจะเข้าท่วมชุมชนมีหมู่บ้านเสี่ยงอุทกภัย 134 หมู่บ้าน ในส่วนนี้มีการเตรียมกระสอบทราย ทำพนังกั้นน้ำ ส่วนพื้นที่ไร่นา พื้นที่ลุ่มยากต่อการป้องกัน ส่วนปริมาณน้ำจะท่วมขังอยู่ใน จ.ยโสธร นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการระบายปริมาณน้ำลงสู่แม่น้ำมูล จ.อุบลราชธานี







