posttoday
ท่าเตียนนอนไม่หลับ รับมือแม่น้ำเจ้าพระยา

ท่าเตียนนอนไม่หลับ รับมือแม่น้ำเจ้าพระยา

23 ตุลาคม 2553

ร้านค้าส่ง ชุมชน ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตื่นรับมือปัญหาน้ำท่วม เร่งยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง วอนภาครัฐแจ้งเตือนเนินๆ ความเสียหายจะได้ไม่มาก

ร้านค้าส่ง ชุมชน ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตื่นรับมือปัญหาน้ำท่วม เร่งยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง วอนภาครัฐแจ้งเตือนเนินๆ ความเสียหายจะได้ไม่มาก

โดย......โดย พรสวรรค์ นันทะ

ท่าเตียนนอนไม่หลับ รับมือแม่น้ำเจ้าพระยา ภาพประกอบข่าว

ท่าเตียนแหล่งการค้าปลีกค้าส่ง และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

โดยผู้ค้าและคนในชุมชนส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่มาแล้วเมื่อปี 2538 จึงมีการประสานงานกับทางกทม.ตลอดเวลา ทั้งในเรื่องแนวกระสอบทรายและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นหากมีภาวะฉุกเฉิน

เจ้าของร้านจิ้นเซียงเส็งพานิช ร้นค้าส่งน้ำตาลปีบ ย่านตลาดท่าเตียน ยอมรับว่า กังวลกับปัญหาน้ำล้นแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาพอสมควร เพราะปีนี้มีข่าวสารแจ้งเตือนมากเป็นพิเศษ แถมทางสำนักงานเขต กทม.ยังเข้ามาดูระดับน้ำบริเวณนี้ถี่มากขึ้นด้วย ทำให้คนที่อยู่อาศัยแถวนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าส่งเป็นห่วงมากขึ้น

ขณะที่จึงเตรียมการยกของขึ้นที่สูงแต่เนินๆ เพราะช่วงนี้ถึงเศรษฐกิจจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ทำให้คำสั่งซื้อของลูกค้าไม่ได้มาก จึงสต็อกสินค้าแค่พอสมควรเท่านั้น ถ้ามีคำสั่งซื้อเข้ามาตอนนี้ก็จะรีบจัดส่ง จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำท่วมที่การขนย้ายจะลำบากมาก

"ปีนี้ก็กังวลมากขึ้น แต่ก็ไม่ถึงขั้นตื่นตระหนกอพยพกันออกไปนอนค้างที่อื่น เพราะเราเป็นคนริมน้ำอยู่แล้ว มันมีน้ำล้นน้ำเอ่ออยู่บ่อยๆ แต่ขอให้อย่าสูงเกินไป หรือท่วมขังหลายวัน เพราะถ้าสูงเกินแนวเขื่อนที่สูงประมาณ 1 เมตรจริง ย่านนี้คงไม่รอดต้องท่วมกันหมด แต่คงไม่ถึงขั้นท่วมชั้น 2 เพราะปี 2538 ว่าหนักก็ท่วมพื้นบ้านมาเพียงประมาณ 1-2ฟุตเท่านั้น ถ้าปีนี้หนักกว่าปี 2538เราคงแย่กันหมดสินค้าข้าวของในร้านที่อยู่ชั้นล่างนี้คงไม่เหลือ เสียหายไม่น้อยแน่ เพราะเรายกของขึ้นจากพื้นเตรียมการหนีน้ำสูงแค่ 1 ฟุตกว่าๆ เท่านั้น แต่อย่างน้อยเรายังอุ่นใจได้บ้างเพราะฝนไม่ตกซ้ำ น้ำคงไม่หนุนมาหนักมากจนล้นเขื่อน" เจ้าของร้านจิ้นเซียงเส็งพานิชกล่าว

เจ้าของร้านแห่งนี้ กล่าวอีกว่า หลังมีข่าวน้ำท่วมแล้วหลายจังหวัดประชาชนย่านนี้มีการพูดคุยเตรียมการมากขึ้น เพราะน้ำก็เริ่มไหลซึมเข้าถนนหน้าบ้านและรอบบ้านตามรอยแตกของพื้นปูนแล้ว เพียงแต่ไม่สูงมากสูงประมาณท่วมหลังเท้า ซึ่งยังถือว่าปกติ เพราะเจ้าที่จากสำหนักงานเขตก็มีการเข้ามาดูแลพอสมควร นำกระสอบทราบมาเตรียมปิดช่องว่างทางเดินของแนวเขื่อนที่ละจุดตลอดแนวนี้หมดแล้ว รวมทั้งบางจุดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ด้วย ทำให้ประชาชนอุ่นใจได้บ้าง

นายภัทรพล อารมณ์พิทักษ์ พนักงาน ร้านกาแฟรับอรุณ ตั้งอยู่หลังวัดโพธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณวัดโพธิ์มานานกว่า 12 ปี มีทั้งชาวสหรัฐ ยุโรป และเอเซีย  กล่าวว่า ทางร้านก็กังวลกับปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน เพราะมีแต่ข่าวว่าน้ำจะท่วมใหญ่กว่าปี 2538 ที่สำคัญปีนี้หน่วยงานรัฐออกมาเตือนมากเป็นพิเศษ แต่ก็ยังอุ่นใจได้บ้าง เนื่องจากทางสำนักงานเขตของกทม.นำกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ มาเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว และถ้าน้ำสูงขึ้นเร็วก็น่าจะรับมือทัน เพราะแนวเขื่อนก็สูงตั้ง 1 เมตร เครื่องสูบน้ำที่ตั้งย่านนี้ก็หลายเครื่อง น่าจะรับมือได้ แม้ว่าช่วงนี้ระดับน้ำจะเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ล้นตลิ่งก็ตาม เพราะเชื่อว่าถ้าไม่สูงจนเกินแนวเขื่อนน่าจะพอรับมือไหว คงกระทบร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของชำร่วยแถวนี้ไม่มากนัก เพราะแม้จะท่วมจริงแต่ระบายเร็วไม่ขังก็น่าจะอยู่ได้

"ตอนนี้ความกังวลเรื่องน้ำยังไม่น่ากระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยวย่านนี้มากนัก เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวก็เดินทางมาย่านนี้ยังปกติ ไม่มากไปไม่น้อยไป อีกอย่างยังไม่เห็นนักท่องเที่ยวคนไหนสอบถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมหรือแสดงความกังวลอะไรเลย ลูกค้าที่ร้าน ซึ่งมีทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ยังมีมาปกติ สังเกตดูนักท่องเที่ยวที่ข้ามฝากท่าเตียนหลังเที่ยววัดอรุณเสร็จแล้วข้ามฝากไปวัดอรุณฝั่งตรงข้าม ก็ยังมีจำนวนเหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ก็เท่านี้ ยกเว้นช่วงไฮซีซั่น ผมจึงไม่คิดว่าจะกระทบอะไรมากนัก อีกอย่างไกด์ที่พานักท่องเที่ยวมาก็ไม่ได้พูดว่านักท่องเที่ยวห่วงน้ำท่วมแต่อย่างใด นักท่องเที่ยวฝรั่งยังเที่ยวเดินเล่น ลงเรือหางยาวเยอะเหมือนเดิม ยังเห็นผู้ประกอบการร้านค้าแถวนี้เปิดให้บริการปกติ" นายภัทรพล กล่าว

ด้านนางประเสริฐ ภู่แย้ม เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง และร้านกาแฟโบราณ ซึ่งตั้งอยู่หน้าท่าเรือท่าเตียนนอกแนวเขื่อน กล่าว่า ปีนี้ห่วงหนักขึ้น เพราะคนพูดกันมากว่าน้ำปีนี้จะมากกว่าปี 2538 ที่ย่านนี้แย่กันไปทั้งแถบ และยิ่งช่วง น้ำขึ้นสูงกว่าฟุตมาร่วมเดือนกว่าที่ผ่านมา ชาวบ้านแถวนี้ยิ่งนอนไม่หลับ กลัวน้ำสูงเกินแนวเขื่อนอย่างที่ข่าวเตือน ต้องนั่งเฝ้าตื่นๆหลับๆ ดูระดับน้ำกันทั้งวันทั้งคืน และยิ่งช่วงนี้ถ้าน้ำขึ้นแบบนี้กขายของไม่ได้ลูกค้าไม่เข้าร้านอยู่แล้ว เพราะน้ำเข้าร้าน ไม่ต่างจากร้านขายเสื้อผ้า ขายของที่ระลึกแถวนี้ก็เหมือนกัน เพราะเวลาน้ำมาไม้พื้นกระดานเปิดออกเรื่อย น้ำมันแรง กลัวกันทั้งนั้น ทำให้ต้องช่วยกันยกข้าวของที่พอจะเคลื่อนย้ายได้ โดยเฉพาะเครื่องไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้หมด เตรียมไว้ก่อน มาจริงจะย้ายไม่ทัน

"กลัวพอสมควร เพราะถ้าน้ำสูงกว่าแนวเขื่อนก็เรื่องใหญ่ ลำบาก ที่อยู่ที่กิน ห้องน้ำ แย่ไปตามๆกัน แต่ก็ยังพอสบายใจได้บ้าง เพราะช่วงนี้เจ้าหน้าที่เขตและทีมงานของหัวหน้าชุมชนแวะเวียนมาดูระดับน้ำขนกระสอบทราบ เครื่องสูบน้ำ มาทำสะพานขึ้นท่าเรือ ท่าเรือข้ามฝากไว้แล้ว คิดว่าถ้าน้ำมาไม่เยอะจริงๆน่าจะพอทนไหว หรือถ้าไม่ไหวจริงท่วมสูงบ้างแต่ไม่ขังนานหลายวันเหมือนที่เกิดในหลายจังหวัดตอนนี้ก็ยังพอทน เพราะเราเลือกอยู่ริมน้ำมันก็ต้องมีปัญหากันบ้าง ต้องทำใจ " นางประเสริฐกล่าว

นางประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทางการ ทางเขตกทม. แจ้งเตือนสถานการณ์ผ่านหัวหน้าชุมชนให้เร็วขึ้น จะได้แจ้งเตือนหลบหนีทันถ้าถานการณ์ขับขันจริงๆ เพราะถ้าเตือนมาเร็วการรับมือก็ทำได้เร็ว เนื่องจากชุมชนท่าเตียนมีเครื่องขยายเสียง มีเจ้าหน้าที่มาบอกต่อๆกันได้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการเดินสำรวจพบว่าบรรยากาศโดยทั่วไปของประชาชนย่านท่าเตียน นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวชาวไทย การบริการเรือด่วน เรือข้ามฝาก รวมถึงร้านค้าปลีกที่ท่าเรือศิริราชยังเปิดค้าการให้บริการตามปกติ แต่มีการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมสูงในช่วง 2-3 วันนี้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม