
ยุติธรรมชี้กฎหมายให้แยกทีมหมูป่าจากครอบครัวได้ หากทำให้มีผลต่อจิตใจ
ธวัชชัย เตือนผู้ปกครองเยาวชนทีมหมูป่าหากฝ่าฝืนคำเตือนทำให้เด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจ สามารถแยกออกจากครอบครัวได้
ธวัชชัย เตือนผู้ปกครองเยาวชนทีมหมูป่าหากฝ่าฝืนคำเตือนทำให้เด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจ สามารถแยกออกจากครอบครัวได้
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. จากกรณีที่มีสื่อต่างประเทศบางสำนัก ไปสัมภาษณ์เยาวชนบางคนที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ทั้งที่กรมสุขภาพจิตด้านจิตเวชเด็กขอความร่วมมืออย่างพึ่งไปสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในระยะนี้ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น
นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์อธิบายข้อกฎหมายคุ้มครองเด็กว่า หากผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือพนักงาน เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก มีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุดได้
“ 6 สัปดาห์แรกหลังประสบภัยร้ายแรงแบบตื่นกลัวสุดขีดมา ถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โรคซึมเศร้าแบบเรื้อรังมีระยะเวลาพัฒนาประมาณ 1-2 ปี และที่สำคัญสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปนี้ เด็กกลุ่มนี้อาจป่วยโรคทางจิตเวชที่เรียกว่า ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ ซึ่งในสากลจะเรียกโรคนี้ว่าเป็นภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังพบเหตุการณ์ความรุนแรง เช่น อยู่ในเหตุการณ์วินาศกรรม บ้านพัง ถูกทำร้ายร่างกาย พบเห็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ถูกขังเป็นเวลานาน ฯลฯ
ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียด และมีพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตตามมา ซึ่งผู้ที่ได้รับบาดแผลทางจิตใจจากเหตุเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการรักษา
กรณีนี้ถ้าทางการแพทย์วินิจฉัยว่า เด็กมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า และ PTSD แล้ว การถูกกระตุ้นจากคำถามที่ไม่เหมาะสม หรือไปกวนภาวะจิตใจของเด็ก อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 27 พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2556 ได้
ขณะที่บิดามารดาหรือผู้ปกครองรู้ทั้งรู้จากการบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวัง แต่ยังกระทำอาจถือว่าผู้ปกครองฯ อยู่ในภาวะเข้าข่ายไม่พร้อมเลี้ยงดู และถ้าจำเป็นพนักงานผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เห็นว่าพฤติการณ์นั้นน่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก ก็ให้มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็ก เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุดได้ตามมาตรา 41 วรรคสอง แต่หากผู้ปกครองไม่เห็นด้วยให้นำคดีไปสู่ศาลภายใน 120 วันนับแต่วันรับทราบคำสั่งได้”







