
ประกาศปิด 7 ถ้ำอันตราย-ออกมาตรการเข้มเข้าออกต้องมีผู้เชี่ยวชาญ
กรมอุทยานฯ ประกาศปิด 7 ถ้ำอันตราย พร้อมออกมาตรการเข้มหลังจากนี้ต้องมีผู้เชี่ยวชาญนำทาง
กรมอุทยานฯ ประกาศปิด 7 ถ้ำอันตราย พร้อมออกมาตรการเข้มหลังจากนี้ต้องมีผู้เชี่ยวชาญนำทาง
เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกอุทยานแห่งชาติที่มีถ้ำ จะมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางเพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
สำหรับกรณีวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาด เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝน พื้นที่เล็กๆ ไม่มีใครคิดว่าจะมีคนเข้าไป โดยที่ผ่านมาคนที่เข้าไปในถ้ำดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีแต่คนในพื้นที่ ต่อไปจะต้องมีมาตรการเข้มงวดสำหรับการเข้าไปเที่ยวถ้ำในทุกพื้นที่ของอุทยานฯ
หากเข้าไปในถ้ำจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่เป็นผู้นำทาง มีอุปกรณ์ประจำตัวสำหรับเข้าถ้ำ เช่น หมวกนิรภัย ไฟฉาย การแต่งกายเข้าถ้ำ ทุกคนจะต้องแต่งกายรัดกุม ใส่รองเท้าผ้าใบ ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่มเข้าไปข้างใน ห้ามจุดธูปเทียน สูบบุหรี่ ก่อกองไฟ โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งเช็คชื่อการเข้าออก ทุกครั้ง และถ้ำไหนที่มีแอ่ง หรือแหล่งน้ำ ช่วงที่มีฝนตก หรือฤดูฝนจะปิดไม่ให้มีใครเข้าเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
นายธัญญา กล่าวว่า ในพื้นที่ถ้ำภายในวนอุทยานและอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศเวลานี้ หลายแห่งได้ออกประกาศปิดตั้งแต่เดือนพ.ค.เป็นต้นมา โดยเฉพาะถ้ำที่มีน้ำไหลเข้า บางแห่งก็ปิดชั่วคราวถึงเดือน ก.ย. บางแห่งก็สั่งปิดถาวร เพราะเห็นว่าหากนักท่องเที่ยวเข้าไปก็จะเกิดอันตรายได้
ประกอบด้วย ถ้ำขุนสถาน จ.น่าน ถ้ำเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ถ้ำดอยภูคา จ.น่าน ถ้ำผาแดง จ.เชียงใหม่ ถ้ำแม่เมย จ.ตาก ถ้ำลำคลองงู จ.กาญจนบุรี ถ้ำหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ปิดตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ย.
ส่วนถ้ำที่ปิดไม่มีกำหนด ได้แก่ ถ้ำย่อยในอุทยานแห่งชาติลำคลองงู 3 คือ ถ้ำใหญ่ ถ้ำน้ำตก และถ้ำเวิลคัพ เป็นต้น







