เวทีนี้ไม่มีมาตรา 44 "บิ๊กตู่" ศึกหนักเลือกตั้ง
สนามเลือกตั้งที่"พล.อ.ประยุทธ์"ต้องลงมาสู้โดยไม่มีมาตรา 44 ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะเอื้อเอาไว้แล้วก็ตาม
สนามเลือกตั้งที่"พล.อ.ประยุทธ์"ต้องลงมาสู้โดยไม่มีมาตรา 44 ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะเอื้อเอาไว้แล้วก็ตาม
*****************************
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ถ้าจะบอกว่าการเลือกตั้งครั้งแรกของไทยในรอบหลายปีกำลังเกิดขึ้นก็คงไม่ผิดนัก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ตามขั้นตอนจึงเหลือเพียงการรอให้มีผลใช้บังคับและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อสมทบกับกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งอีกสองฉบับที่เพิ่งประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว ได้แก่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
โดยเมื่อกฎหมายทั้ง 4 ฉบับได้มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ จะเข้าสู่การนับถอยหลังอีก 150 วัน เพื่อไปสู่วันเดินเข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชนต่อไป
พอการเลือกตั้งเกิดความชัดเจนขึ้นมา กลายเป็นแต้มบวกของรัฐบาลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดทันที โดยจะเห็นว่ากลุ่มต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอีก
เรียกได้ว่าทุกอย่างเข้าทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เหลือแต่เพียงเก็บแต้มการเมืองให้เหนือคู่แข่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า
แต่กระนั้นสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะระหว่างทางจะต้องเจอกับวิบากกรรมอีกจำนวนไม่น้อย
1.ไม่มีอำนาจตามมาตรา 44 แน่นอนว่าเมื่อลงสนามเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างจะกลับเท่ากันหมด เท่ากับว่าพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ก็จะไม่อาจใช้มาตรา 44 ได้อย่างเต็มที่ โดยอาจจะใช้ได้แต่เพียงเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น
การที่คนคนหนึ่งอยู่อำนาจเด็ดขาดสมบูรณ์แบบมาเป็นเวลาถึง 4 ปี เมื่อวันหนึ่งไม่อาจสามารถใช้อำนาจนั้นได้ ก็อาจมีผลต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มากก็น้อย
2.ไพรมารีโหวต ประเด็นนี้อาจไม่มีผลต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง แต่จะมีผลต่อตัวพรรคการเมืองที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า นั่นคือพรรคพลังประชารัฐ
หากก่อนการเลือกตั้ง คสช.ไม่ได้ใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อชะลอการทำไพรมารีโหวตออกไปก่อน เท่ากับว่าทุกพรรคการเมืองต้องเข้าสู่ระบบการทำไพรมารีโหวตเหมือนกัน โดยต้องดำเนินการทั้งการสาขาพรรคการเมืองประจำภาค และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อยและอาจไม่ทันเวลา
การทำไพรมารีโหวต กฎหมายพรรคการเมืองก็กำหนดไว้ชัดว่าหากไม่ได้ทำไพรมารีโหวตในเขตเลือกตั้งใด ก็จะไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งลงในเขตนั้นได้
3.การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามเป็นกระดูกชิ้นโตที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเผชิญอย่างแน่นอน เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังถูกจองกฐินจากหลายฝ่ายอยู่พอสมควร โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย
ทั้งสองพรรคต้องต่างขุดผลงานแง่ลบมาถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐไม่เว้นวัน และอาจพุ่งเป้าไปที่การสืบทอดอำนาจของ คสช. อันเป็นประเด็นที่อ่อนไหวพอสมควร
พล.อ.ประยุทธ์ ในเวลานั้นที่ไม่อาจใช้มาตรา 44 ได้เต็มที่ จะต้องออกแรงพอสมควรกับสู้กับนักเลือกตั้งที่มีเล่ห์เหลี่ยมรอบตัว ซึ่งจะเป็นขวากหนามที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปไม่ถึงดวงดาว
4.การบริหารความขัดแย้งภายใน ตามข่าวที่ปรากฏ พรรคพลังประชารัฐจะเป็นแลนดิ้งให้กับพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อลงจากอำนาจ แต่โครงสร้างของพรรคนั้นส่วนใหญ่จะเป็นอดีต สส.ที่ถูกดูดมาจากพรรคการเมืองใหญ่ ตรงนี้เองจะเป็นปัญหาที่เกิดภายในอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บรรดาอดีต สส.ที่สละทิ้งมาจากพรรคใหญ่ ย่อมต้องการต่อรองให้ได้มาซึ่งประโยชน์สูงสุดในทางการเมืองของตัวเอง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ และจองพื้นที่สมัคร สส. แม้จะมีแกนนำที่เป็นนักการเมืองใหญ่คอยสกรีนปัญหาให้ก่อน แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะช่วยให้พรรคไม่เกิดปัญหาได้แต่อย่างใด
5.การบริหารราชการแผ่นดินระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ในระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเลือกตั้ง และเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหาเสียงได้นั้น คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ 3 ประการ
(1) ต้องไม่กระทำการอันมีผลเป็นอนุมัติโครงการสร้างความผูกพันให้กับรัฐบาลต่อไป เว้นแต่ที่กําหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจําปี
(2) ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้าย หรือให้พ้นจากตําแหน่งข้าราชการ เว้นแต่ กกต.จะเห็นชอบ
(3) ไม่กระทําการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น เว้นแต่กกต.จะเห็นชอบ
(4) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ เป็นกรอบที่รัฐธรรมนูญสร้างขึ้นมา หากเพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวพลาดแค่ก้าวเดียว อาจนำมาซึ่งการฟ้องคดีเลือกตั้งและมีผลต่อการหาเสียงในระยะยาวได้ ดังเช่นที่รัฐบาลในอดีตเคยเจอมาแล้ว
ที่สุดแล้วสนามเลือกตั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลงมาสู้โดยไม่มีมาตรา 44 จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะเอื้อเอาไว้แล้วก็ตาม


